ReadyPlanet.com
dot dot




หลักสูตรปฐมวัย

 

                                                                                             หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

                                                                                                                สำหรับเด็กอายุ 3 - 5   ปี


            หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามวัยและความสามารถของแต่ละบุคคล
จุดมุ่งหมาย
            หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี    มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา ที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล จึงกำหนดจุดหมายซึ่งถือเป็นมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ดังนี้

               1.    ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี
                      1.1    มีน้ำหนัก  ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ
                      1.2    รู้จักรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย
               2.    กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง  ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
                      2.1    เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วและทรงตัวได้ดี
                      2.2    ใช้มือได้อย่างคล่องแคล่ว
               3.    มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข
                      3.1    แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์
                      3.2    แสดงความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น
               4.    มีคุณธรรม  จริยธรรม และจิตใจที่ดีงาม
                      4.1    มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ
                      4.2    ซื่อสัตย์สุจริตและยอมรับความผิดพลาดของตนเองและผู้อื่น
                      4.3    มีความเมตตากรุณา  ช่วยเหลือ และแบ่งปัน
                      4.4    รู้จักประหยัด
               5.    ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ  ดนตรี การเคลื่อนไหวและรักการออกกำลังกาย
                      5.1    สนใจและมีความสุขกับศิลปะ  ดนตรี  และการเคลื่อนไหว
                      5.2    แสดงออกทางด้านศิลปะ  ดนตรี  และการเคลื่อนไหวตามจินตนาการ
                      5.3    รักการออกกำลังกาย
               6.    ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมตามวัย
                      6.1    แต่งตัวได้ด้วยตนเอง
                      6.2    รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
                      6.3    รู้จักทำความสะอาดหลังจากการทำกิจวัตรประจำวัน
               7.    รักธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรมและความเป็นไทย
                      7.1    ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                      7.2    มีสัมมาคารวะและมารยาทตามวัฒนธรรมไทย
               8.    อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
                      8.1    เล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
                      8.2    ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
               9.    ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมตามวัย
                     9.1    สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้
                     9.2    อ่าน  เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้
             10.    มีความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาได้เหมาะสมตามวัย
                    10.1    มีความคิดรวบยอดในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
                    10.2    วางแผนตัดสินใจเลือกทำสิ่งต่างๆ
                    10.3    แก้ปัญหาในการเล่าหรือทำกิจกรรมต่างๆ
             11.    มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
                    11.1    ทำงานศิลปะตามความคิดของตนเอง
                    11.2    สนใจฟังเพลง  ร้องเพลง  และแสดงบทบาทสมมุติ
                    11.3    เล่าเรื่องราวหรือนิทานตามความคิดของตนเอง
             12.    มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
                    12.1    สนใจเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว
                    12.2    แสวงหาคำตอบด้วยวิธีการที่หลากหลาย
 
สาระการเรียนรู้
    สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งนี้สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการ และคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความรู้สำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก บุคคลและสถานที่ที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็กที่เด็กมีโอกาสใกล้ชิดหรือมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันและเป็นสิ่งที่เด็กสนใจ จะไม่เน้นเนื้อหา การท่องจำในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะหรือกระบวนการจำเป็นต้องบูรณาการทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับเด็ก เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ขณะเดียวกันควรปลูกฝังให้เด็กเกิดเจตคติที่ดี มีค่านิยมที่พึงประสงค์ เช่น ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น รักการเรียนรู้ รักธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม และมีคุณธรรม จริยธรรมที่เหมาะสมกับวัย เป็นต้น สาระการเรียนรู้กำหนดเป็น 2 ส่วน   ดังนี้
    1.        ประสบการณ์สำคัญ
        ประสบการณ์สำคัญเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเด็กทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาช่วยให้เด็กเกิด ทักษะ ที่สำคัญสำหรับการสร้าง องค์ความรู้  โดยให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ สิ่งของ บุคคลต่างๆ ที่อยู่รอบตัวรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ไปพร้อมกันด้วย ประสบการณ์สำคัญ มีดังนี้
        1.1       ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย  ได้แก่
            1.1.1            การทรงตัวและการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อใหญ่
                ·        การเคลื่อนไหวอยู่กับที่และการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
                ·        การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์
                ·        การเล่นเครื่องเล่นสนาม
            1.1.2            การประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเล็ก
                ·        การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส
                ·        การเขียนภาพและการเล่นกับสี
                ·        การปั้นและประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วนดินเหนียว ดินน้ำมัน แท่งไม้ เศษวัสดุ ฯลฯ
                ·        การต่อของ บรรจุ เท และแยกชิ้นส่วน
            1.1.3            การรักษาสุขภาพ
                ·        การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย
            1.1.4            การรักษาความปลอดภัย
                ·        การรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นในกิจวัตรประจำวัน
        1.2       ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ  ได้แก่
            1.2.1            ดนตรี
                ·        การแสดงปฏิกริยาโต้ตอบเสียงดนตรี
                ·        การเล่นเครื่องดนตรีง่าย ๆ เช่น เครื่องดนตรีประเภทเคาะ ประเภทตี ฯลฯ
            1.2.2            สุนทรียภาพ
                ·        การชื่นชมและสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม
                ·        การแสดงอย่างสนุกสนานกับเรื่องตลก ขำขันและเรื่องราว/เหตุการณ์ที่สนุกสนานต่างๆ
            1.2.3            การเล่น
                ·        การเล่นอิสระ
                ·        การเล่นรายบุคคล การเล่นเป็นกลุ่ม
                ·        การเล่นในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
            1.2.4            คุณธรรม จริยธรรม
                ·        การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ
        1.3       ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม  ได้แก่
            1.3.1            การเรียนรู้ทางสังคม
                ·        การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง
                ·        การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
                ·        การวางแผน ตัดสินใจเลือก และลงมือปฏิบัติ
                ·        การมีโอกาสได้รับความรู้สึก ความสนใจ และความต้องการของตนเองและผู้อื่น
                ·        การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น
                ·        การแก้ปัญหาในการเล่น
                ·        การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยอยู่และความเป็นไทย
        1.4       ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา   ได้แก่
            1.4.1            การคิด
                ·        การรู้จักสิ่งต่างๆ ด้วยการมอง ฟัง สัมผัส ชิมรส และดมกลิ่น
                ·        การเลียนแบบการกระทำและเสียงต่างๆ
                ·        การเชื่อมโยงภาพ ภาพถ่าย และรูปแบบต่างๆ กับสิ่งของหรือสถานที่จริง
                ·        การรับรู้ และแสดงความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และผลงาน
                ·        การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านสื่อ วัสดุ ต่างๆ
            1.4.2            การใช้ภาษา
                ·        การแสดงความรู้สึกด้วยคำพูด
                ·        การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง
                ·        การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง
                ·        การฟังเรื่องราวนิทาน คำคล้องจอง คำกลอน
                ·        การเขียนในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์ที่สื่อความหมายต่อเด็ก เขียนภาพ เขียนขีดเขี่ย เขียนคล้ายตัวอักษร  เขียนเหมือนสัญลักษณ์ เขียนชื่อตนเอง
                ·        การอ่านในหลายรูปแบบ ผ่านประสบการณ์ที่สื่อความหมายต่อเด็กอ่านภาพหรือสัญลักษณ์จากหนังสือนิทาน / เรื่องราวที่สนใจ
            1.4.3            การสังเกต  การจำแนก  และการเปรียบเทียบ
                ·        การสำรวจและอธิบายความเหมือน ความต่างของสิ่งต่างๆ
                ·        การจับคู่  การจำแนก และการจัดกลุ่ม
                ·        การเปรียบเทียบ  เช่น ยาว/สั้น ขรุขระ/เรียบ ฯลฯ
                ·        การเรียงลำดับสิ่งต่างๆ
                ·        การคาดคะเนสิ่งต่างๆ
                ·        การตั้งสมมติฐาน
                ·        การทดลองสิ่งต่างๆ
                ·        การสืบค้นข้อมูล
                ·        การใช้หรืออธิบายสิ่งต่างๆ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
            1.4.4            จำนวน
                ·        การเปรียบเทียบจำนวน มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน
                ·        การนับสิ่งต่างๆ
                ·        การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง
                ·        การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนหรือปริมาณ
            1.4.5            มิติสัมพันธ์ (พื้นที่ / ระยะ)
                ·        การต่อเข้าด้วยกัน  การแยกออก การบรรจุและการเทออก
                ·        การสังเกตสิ่งต่างๆ และสถานที่จากมุมมองที่ต่างๆ กัน
                ·        การอธิบายในเรื่องตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ที่สัมพันธ์กัน
                ·        การอธิบายในเรื่องทิศทางการเคลื่อนที่ของคนและสิ่งต่างๆ
                ·        การสื่อความหมายของมิติสัมพันธ์ด้วยภาพวาด  ภาพถ่าย และรูปภาพ
            1.4.6            เวลา
                ·        การเริ่มต้นและการหยุดการกระทำโดยสัญญาณ
                ·        การเปรียบเทียบเวลา เช่น  ตอนเช้า ตอนเย็น เมื่อวานนี้ พรุ่งนี้ ฯลฯ
                ·        การเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ
                ·        การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของฤดู
     2. สาระที่ควรเรียนรู้
         สาระที่ควรเรียนรู้  เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรม ให้เด็กเกิดการเรียนรู้  ไม่เน้นการท่องจำเนื้อหา  ผู้สอนสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก โดยในเด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งนี้อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้ โดยคำนึงถึงประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก สาระที่เด็กอายุ 3 – 5 ปี ควรเรียนรู้ ดังนี้
        1.        เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก  เด็กควรรู้จักชื่อ  นามสกุล  รูปร่าง หน้าตา รู้จักอวัยวะต่าง ๆ  วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาด ปลอดภัย  เรียนรู้ที่จะเล่นและทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองคนเดียว หรือกับผู้อื่น  ตลอดจนเรียนรู้ที่จะแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกและแสดงมารยาทที่ดี
        2.        เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก  เด็กควรได้มีโอกาสรู้จักและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน รวมทั้งบุคคลต่างๆ  ที่เด็กต้องเกี่ยวข้อง หรือมีโอกาสใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน
        3.        ธรรมชาติรอบตัว  เด็กควรจะได้เรียนรู้สิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต   รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดล้อมเด็กตามธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน  ฯลฯ
        4.        สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก  เด็กควรจะได้รู้จักสี  ขนาด  รูปร่าง  น้ำหนัก  ผิวสัมผัสของสิ่งต่างๆรอบตัว สิ่งของเครื่องใช้  ยานพาหนะและการสื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน


 วิสัยทัศน์
    โรงเรียนถนอมพิศวิทยาระดับปฐมวัยมุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้มีกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญตามศักยภาพ  และความแตกต่างระหว่างบุคคล  โดยส่งเสริมพัฒนาการทั้ง  4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย  อารมณ์ จิตใจ   สังคม    สติปัญญา  และเป็นผู้มีสุขนิสัยที่ดี  นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขผ่านการเล่น  ประสบการณ์ตรง    การลงมือปฏิบัติด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย  เพื่อให้มีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์  รู้จักการคิด  การแก้ปัญหา  มีทักษะในการแสวงหาความรู้   มีทักษะในการใช้ภาษาในการสื่อสารได้เหมาะสมตามวัย และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว  รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ปลูกฝังให้เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น  มีจิตสำนึกในความเป็นไทย  รู้จักการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย  ประเพณีไทย  มีมารยาทไทย  ไหว้แบบไทย   รักและศรัทธาในชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์   ปลูกฝังให้มีคุณธรรม  จริยธรรม  ระเบียบวินัย   ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและสามารถดำเนินชีวิตประจำวันร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ภารกิจ
     1.    จัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญตามศักยภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคล
     2.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง  4  ด้าน ให้เหมาะสมตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี
     3.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่น  ประสบการณ์ตรง และการลงมือปฏิบัติและกิจกรรมที่หลากหลายเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก
     4.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการแสวงหาความรู้  กระบวนการคิด  การแก้ปัญหา ได้เหมาะสมตามวัยทั้งภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
     5.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการใช้ภาษาและการสื่อสารให้เหมาะสมตามวัย
     6.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เห็นคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น  และอนุรักษ์ในศิลปวัฒนธรรมไทยประเพณีไทย  มารยาทไทย  ไหว้แบบไทย
     7.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
     8.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน
     9.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว
    10.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรักศรัทธาในชาติ  ศาสนา  และพระมหากษัตริย์
    11.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรม  จริยธรรม   ค่านิยมที่พึงประสงค์และการปฏิบัติตนร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
    12.    จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้
    13.    พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ

เป้าหมาย
     1.    บุคคลากรจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญตามศักยภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคล
     2.    นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการทั้ง  4  ด้าน เหมาะสมตามวัยและเป็นผู้มีสุขนิสัยที่ดี
     3.    บุคคลากรจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเล่น  ประสบการณ์ตรง และการลงมือปฏิบัติและกิจกรรมที่หลากหลายเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก
     4.    นักเรียนทุกคนมีทักษะการแสวงหาความรู้  กระบวนการคิด  การแก้ปัญหา ได้เหมาะสมตามวัยทั้งภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
     5.    นักเรียนทุกคนมีทักษะการใช้ภาษาและการสื่อสารให้เหมาะสมตามวัย
     6.    นักเรียนทุกคนเห็นคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น  และอนุรักษ์ในศิลปวัฒนธรรมไทยประเพณีไทย  มารยาทไทย  ไหว้แบบไทย
     7.    นักเรียนทุกคนมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
     8.    นักเรียนทุกคนมีนิสัยรักการอ่าน
     9.    นักเรียนทุกคนรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว
    10.    นักเรียนทุกคนมีความรักศรัทธาในชาติ  ศาสนา  และพระมหากษัตริย์
    11.    นักเรียนทุกคนมีคุณธรรม  จริยธรรม   ค่านิยมที่พึงประสงค์และการปฏิบัติตนร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
    12.    โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้
    13.    บุคลากรทุกคนมีความรู้  ความสามารถในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และจัดกระบวนการเรียนรู้ระดับปฐมวัย

อัตลักษณ์ของนักเรียน  :  ไหว้แบบไทย   ใฝ่เรียนรู้
เอกลักษณ์ของโรงเรียน  :  มารยาทดี   มีความรู้
    

                                              คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ด้านร่างกาย
    1.        ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย และมีสุขนิสัยที่ดี
    2.        กล้ามเนื้อใหญ่ และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง คล่องแคล่วประสานสัมพันธ์กัน
    3.        มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข
ด้านอารมณ์ จิตใจ
    1.        มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เหมาะสมกับวัย
    2.        กล้าแสดงออก ทางศิลปะ ดนตรี เคลื่อนไหว และรักการออกกำลังกาย
    3.        ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย
    4.        รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย
    5.        นักเรียนเห็นคุณค่าของงานศิลปะ
ด้านสังคม
    1.        อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    2.        ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
ด้านสติปัญญา
    1.        มีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
    2.        มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
    3.        มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
    4.        นักเรียนทุกคนมีทักษะกระบวนการคิด และแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
    5.        นักเรียนทุกคนเรียนรู้โดยผ่านประสบการณ์ตรง

                                                                              โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

                                                                                          การจัดกิจกรรมประจำวัน

 

 

 
 
 
ลำดับที่
 
 
กิจกรรมประจำวัน
 
 
 
 
ปฐมวัยปีที่ 1
 
ชั่วโมง  : วัน
 
 
ปฐมวัยปีที่ 2
ชั่วโมง  : วัน
 
ปฐมวัยปีที่ 3
ชั่วโมง  : วัน
 
 
1
 
 
 
การเคลื่อนไหวและจังหวะ
 
 
 
20 นาที
 
 
 
20 นาที
 
20 นาที
 
 
2
 
 
 
กิจกรรมสร้างสรรค์
 
30 นาที
 
30 นาที
 
1 ชม.
 
 
 
3
 
 
กิจกรรมเสริมประสบการณ์
 
 
 
20 นาที
 
 
 
30 นาที
 
 
1 ชม.
 
 
 
4
 
 
 
กิจกรรมเสรี
 
50 นาที
 
 
 
30 นาที
 
 
 
50 นาที
 
 
 
5
 
 
กิจกรรมกลางแจ้ง
 
 
 
40 นาที
 
 
 
40 นาที
 
 
 
50 นาที
 
 
 
6
 
 
 
เกมการศึกษา
 
 
 
20 นาที
 
30 นาที
 
 
30 นาที
 
 
 
7
 
 
 
ทักษะพื้นฐานในชีวิตประจำวัน
 
 
(การช่วยเหลือตนเองในการรับประทานอาหาร ดื่มนม สุขอนามัย และการนอนพักผ่อน)
 
 
 
2 ชม.
 
 
 
2 ชม.
 
1.30 ชม.
 
รวม
 
 
5 ชม. / วัน
 
 
 
5 ชม. / วัน

 
5 ชม. / วัน
 
1,000 ชม./ปี
 
 
 
1,000 ชม./ปี
 
 
1,000 ชม./ปี

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
โรงเรียนถนอมพิศวิทยา    จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน  
       ตามศักยภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยจัดแนวการจัดประสบการณ์ดังต่อไปนี้
1.    จัดประสบการณ์ตรงให้เด็กได้เรียนรู้จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
2.    เปิดโอกาสให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับเด็ก  เด็กกับผู้ใหญ่
3.    จัดให้เด็กได้คิด  ได้ริเริ่ม  ตัดสินใจ  วางแผน และคิดแก้ปัญหาด้วยตนเองเหมาะสมตามวัย
4.    จัดให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
5.    จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้   มีบรรยากาศอบอุ่น
มีความสุขในการเรียนรู้
6.    ขอความร่วมมือ  ผู้ปกครอง  ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน
7.    จัดให้เด็กมีทักษะในการใช้ชีวิตประจำวัน
8.    จัดประสบการณ์แบบบูรณาการมีกิจกรรมที่หลากหลายแบบเดี่ยว  แบบกลุ่ม  ให้เด็กมีทักษะในการทำงานร่วมกันและการบูรณาการสาระกลุ่มอื่นๆ รวมถึงทักษะต่างๆที่ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก
9.    จัดกิจกรรมสอดแทรกคุณธรรม  จริยธรรม    ความมีวินัย  ความรับผิดชอบ  ความซื่อสัตย์  ความประหยัด  
10.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์
11.    จัดกิจกรรมที่เน้นทักษะกระบวนการต่างๆอย่างหลากหลาย   การสังเกต  การจำแนก  การคาดคะเน  การคำนวณ  การทดลอง
12.    จัดทำเอกสารชี้แจงพัฒนาการของเด็ก /  การเคลื่อนไหว  /  การประเมินพัฒนาการเด็กเป็นระยะๆ
13.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสำคัญของท้องถิ่น  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย
14.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
15.    จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน

การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
     โรงเรียนถนอมพิศวิทยา  จัดสภาพแวดล้อมภายให้องเรียนและนอกห้องเรียน  เพื่อสนับสนุนให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข  และเหมาะสมกับวัยของเด็ก โดยคำนึงถึงพัฒนาการของผู้เรียนและความแตกต่างระหว่างบุคคล  มีการจัดมุมภายในห้องเรียนอย่างน้อย  4  มุม  เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ภายในห้องเรียนคือ  มุมหนังสือ   มุมบล็อก   มุมธรรมชาติ  มุมสร้างสรรค์   มีสื่อและอุปกรณ์เพียงพอกับจำนวนเด็กมีความสะอาด  ความปลอดภัย  มีบรรยากาศที่อบอุ่น   สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนมีการจัดให้ร่มรื่นมีสวนสมุนไพร  สวนวิทยาศาสตร์    สวนพุทธ  บ่อปลาดุก   บ่อเลี้ยงปลา   รวมถึงห้องประกอบการต่างๆ อาทิ  ห้องหมวดอนุบาล    ห้องคอมพิวเตอร์     สนามเด็กเล่นซึ่งมีเครื่องเล่นหลายชนิด   มีความแข็งแรง  ปลอดภัยต่อการเล่นของเด็ก  มีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  มีการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานให้เด็กได้ฝึกทักษะการสังเกต  การสำรวจ  การแสวงหาความรู้  การค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง   การลงมือปฏิบัติผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นการบูรณาการ    ครูเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรม  จริยธรรม  มีความรัก  ความเมตตา  ดูแลเอาใจใส่เด็กอย่างใกล้ชิด  เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้แสดงความคิดเห็น   มีการเสริมแรง   แรงจูงใจ   เพื่อให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ควบคู่ไปกับคุณธรรม  จริยธรรม   และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
      สื่อ  เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดการเรียนรู้  เนื้อหา   เรื่องราว  ประสบการณ์ต่างๆให้กับผู้เรียน ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่วางไว้  ช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง  ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจได้ง่าย   เรียนรู้ได้รวดเร็ว  เพลิดเพลิน  เกิดการเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง  กระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย  อารมณ์-จิตใจ  สังคม  และสติปัญญา    ตลอดจนเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมค่านิยมที่พึงประสงค์ให้กับเด็ก
           โรงเรียนถนอมพิศวิทยาในระดับปฐมวัยมีการแบ่งลักษณะของสื่อเป็น  2  ประเภท  คือสื่อสำเร็จที่ซื้อทั่วไปตามท้องตลาด  กับสื่อที่ผลิตขึ้นเองโดยครูผู้สอนในส่วนของสื่อสำเร็จรูปมีการดูแลสื่อเป็นระบบดังนี้
          1.   การจัดหาสื่อมีการสอบถามความต้องการในการใช้สื่อของครูผู้สอนว่าต้องการสื่อประเภทใดและอะไรบ้าง
           2.   การจัดซื้อหัวหน้ากลุ่มสาระเป็นผู้มีหน้าที่จัดซื้อสื่อเข้าห้องหมวด
            3.   การจัดการหัวหน้ากลุ่มสาระลงทะเบียนสื่อในสมุดสื่อและเก็บไว้ในห้องหมวดอนุบาลครูผู้สอนสามารถมายืมสื่อการเรียนการสอนได้ที่ห้องหมวด
           4.   การดูแล/การซ่อม   หัวหน้ากลุ่มสาระมีหน้าที่ดูแลสื่อทุกอย่างในห้องหมวดและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดและจำหน่ายออกในส่วนที่เสียหายไม่สามารถซ่อมได้  ส่วนสื่อที่ผลิตเอง  ครูผู้สอนจะเก็บไว้ในห้องเรียนโดยแบ่งสื่อในโรงเรียนถนอมพิศวิทยาแบ่งออกเป็น  4  ประเภทดังนี้
          1.   สื่อเอกสาร / สิ่งพิมพ์  / หนังสือนิทาน  /  ตำรา  /  แผนที่   /  แผนภูมิ
          2.   สื่ออุปกรณ์   คือสื่อประกอบการสอนเช่น   บัตรภาพ  /  บัตรคำ  /  หุ่นจำลอง  /  เกมการศึกษา /อุปกรณ์การทดลอง
           3.   สื่อธรรมชาติ   สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ   เช่น  ผัก  ผลไม้   ดิน  หิน  ทราย   ต้นไม้  ดอกไม้   สัตว์
           4.   สื่อเทคโนโลยีคือสื่อที่ใช้คู่กับโทรทัศน์  เช่น เทปบันทึกภาพ  วีดีโอ  คอมพิวเตอร์
 
การประเมินพัฒนาการ
        โรงเรียนถนอมพิศวิทยา ประเมินพัฒนาการของนักเรียนทั้ง 4 ด้าน   คือ ด้านร่างกาย   อารมณ์ – จิตใจ  สังคม และสติปัญญา   ประเมินอย่างต่อเนื่อง   มีการบันทึกพฤติกรรมนักเรียนเป็นรายบุคคล   รายกลุ่ม รวมทั้งผลงานของนักเรียน เพื่อดูความก้าวหน้าของนักเรียน
 หลักการประเมินพัฒนาการของเด็ก
                การประเมินพัฒนาการผู้เรียนปฐมวัยให้เป็นไปตามหลักการ ดังต่อไปนี้
    1.ให้ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้าน โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม และนำผล    มาพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการตามที่กำหนด
    2. ให้ประเมินเด็กรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
    3. สภาพการประเมินควรมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจกรรมประจำวัน
    4. ให้ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน เลือกใช้เครื่องมือ และจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
    5. ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการหลากหลาย เหมาะกับเด็ก รวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลาย ๆ ด้านไม่ควรใช้การทดสอบ


ขั้นตอนการประเมินพัฒนาการ
    การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
    1.       ครูผู้สอนศึกษาและทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงอายุทุกด้าน ได้แก่  ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา  ดังปรากฎในหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546  อย่างละเอียด
    2.  ครูผู้สอนวางแผนเลือกใช้วิธีการ และเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับใช้บันทึกและประเมินพัฒนาการเด็กให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ขณะประเมิน การสังเกตพฤติกรรมและความสามารถของเด็กต้องกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
    3.  ระหว่างภาคเรียนครูผู้สอนดำเนินการประเมิน และบันทึกพฤติกรรมของเด็ก ตลอดจนพัฒนาการของเด็ก  ลงในเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
        3.1  แบบบันทึกหลังสอน  และแบบประเมินผลจุดประสงค์การเรียนรู้ในหน่วยการจัดประสบการณ์ ให้บันทึกทุกวัน
        3.2   สมุดบันทึกคำพูด ครูผู้สอนบันทึกทุกวัน โดยควรบันทึกตามที่เด็กพูด / เล่า ไม่ใช้ข้อความที่เป็นความคิดเห็นของครู
        3.3   รายงานผลการประเมินพัฒนาการระหว่างเรียนระดับปฐมวัย ให้บันทึกทุกเดือน โดยสรุปจากเอกสารข้อ  3.1 , 3.2
        3.4  สมุดบันทึกพัฒนาการเด็ก ให้บันทึกทุก  2  เดือน โดยสรุปจากเอกสารข้อ 3.3
    4. การประเมินเพื่อพัฒนาเด็กตามข้อ 3 หากพบว่าเด็กมีพัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้ผู้สอนวินิจฉัยหาข้อบกพร่องของเด็กและจัดกิจกรรมซ่อมเสริมให้สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก
    5.  เมื่อถึงปลายปี / ปลายภาคเรียน หลังจากจบกระบวนการจัดประสบการณ์ทุกกิจกรรมแล้ว ให้มีการประเมินสรุปพัฒนาการเด็ก     ซึ่งการประเมินสรุปนั้นต้องดูจากผลการประเมินหลายๆ ครั้ง และจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายประกอบ และให้บันทึกลงในสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน บัญชีเรียกชื่อและสมุดบันทึกพัฒนาการนักเรียน ( อบ. 1 / 1 – 3 )
    6.  การแจ้งผลการประเมินพัฒนาการเด็กในเอกสารข้อ 3.3 , 3.4 สมุดรายงานประจำตัวนักเรียน และบัญชีเรียกชื่อและสมุดบันทึกพัฒนาการนักเรียน ( อบ. 1 / 1 – 3) ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับพัฒนาการ ดังนี้
             3         หมายถึง    ปฏิบัติได้ดี
             2         หมายถึง   ปฏิบัติได้บางครั้ง
             1         หมายถึง   ควรเสริม
        โดยที่
        ระดับปฏิบัติได้               หมายถึง สามารถแสดงพฤติกรรมได้คล่องหรือเชื่อมั่น
        ระดับปฏิบัติได้บางครั้ง     หมายถึง สามารถแสดงพฤติกรรมได้แต่บางครั้งไม่คล่องหรือไม่มั่นคง
         ระดับควรเสริม               หมายถึง ยังแสดงพฤติกรรมได้ไม่ชัดเจน
    7. ให้โรงเรียนส่งสมุดรายรายงานประจำตัวนักเรียนปฐมวัย ไม่น้อยกว่าปีละ2  ครั้ง ให้แก่ผู้ปกครอง
    8. ให้โรงเรียนส่งรายงานผลการประเมินพัฒนาการระหว่างเรียนระดับปฐมวัย ให้แก่ผู้ปกครองทุกสิ้นเดือน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ปกครองได้ทราบพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง และให้ข้อมูลตลอดจนความร่วมมือกับครูในการปรับปรุงและพัฒนาการของเด็ก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 








โรงเรียนถนอมพิศวิทยา 1808 ถนนลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กุรุงเทพฯ10310 โทร. 0-2514-1819 โทรสาร 0-2539-4969
โรงเรียนถนอมพิศวิทยา 1808 ระหว่างซอยลาดพร้าว 62 - 64 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กุรุงเทพฯ10310
โทร. 0-2514-1819 , 0-2539-4968 โทรสาร 0-2539-4969
E-mail : ariyasound@thaimail.com