ReadyPlanet.com
dot dot




ระเบียบการวัดและประเมินผล

ระเบียบโรงเรียนถนอมพิศวิทยาว่าด้วยการวัดและการประเมินผล

ตามหลักสูตรแกนกลางสถานศึกษา พุทธศักราช 2553

 

ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ  293/2551 เรื่องให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551  โดยกำหนดให้โรงเรียนในระบบที่มิได้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการใช้หลักสูตรเริ่มใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เริ่มใช้หลักสูตรเป็นแกนในการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6  ตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไป ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการวัดและการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรียนจึงวางระเบียบไว้ดังนี้

ข้อ       ระเบียบนี้เรียกว่า  ระเบียบโรงเรียนถนอมพิศวิทยา ว่าด้วยการประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางสถานศึกษา พุทธศักราช 2553”

 

ข้อ      ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับผู้เรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ตามหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2553 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไป

 

ข้อ ๓      ให้ยกเลิกระเบียบว่าด้วยการประเมินผลการเรียน  ระเบียบโรงเรียนถนอมพิศวิทยา ว่าด้วยการประเมินผลการเรียน ช่วงชั้นที่ 1 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 และช่วงชั้นที่ 2 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ตามหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544”

บรรดาระเบียบ  กฎ  ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้  ซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ยกเลิกและใช้ระเบียบนี้แทน

               

ข้อ ๔      ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตรแกนกลางสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553

               

ข้อ ๕     ให้ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนถนอมพิศวิทยา รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

 

หมวดที่ 1

หลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

 

ข้อ ๖      การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้  ให้เป็นไปตามหลักการต่อไปนี้

๖.๑ สถานศึกษามีหน้าที่ในการประเมินผลการเรียนของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม

                ๖.๒  การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ประกอบด้วย

                                ๖.๒.๑ การประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้  8 กลุ่มสาระการเรียนรู้

                                ๖.๒.๒ การประเมินความสามารถในการอ่าน  การคิดวิเคราะห์และการเขียน

๖.๒.๓ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

๖.๒.๔ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

                                ๖.๒.๕ การทดสอบ School Test

                                ๖.๒.๖ การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา

๖.๒.๗ การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ

                ๖.๓ ให้มีการประเมินผลการเรียนรู้ทั้งเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ และเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้

                ๖.๔ ให้ผู้ทำการประเมินผล ต้องเก็บหลักฐานการวัดผลและประเมินผล  อย่างน้อย  1 ปีการศึกษา

๖.๕ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนทั้งที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และผลการศึกษาจากต่างสถานศึกษา

 

หมวดที่ ๒

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ข้อ ๗     สถานศึกษาต้องดำเนินการวัดและประเมินผลให้ครบองค์ประกอบทั้ง ๔ ด้าน คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์  และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

 

การประเมินผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้  ๘ กลุ่มสาระ

ข้อ ๘     การประเมินผลเพื่อปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียน  ให้ถือปฏิบัติดังนี้

.๑ ให้ผู้สอนแจ้งแก่ผู้เรียนทราบตัวชี้วัดมาตรฐานรายปี วิธีการวัดและประเมินผล ก่อนทำการสอนทุกครั้ง 

.๒ การวัดผลต้องครอบคลุมพฤติกรรมด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

.๓ ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผู้สอนต้องประเมินผู้เรียนก่อนการเรียน เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐาน และทักษะเบื้องต้นของผู้เรียน โดยใช้เทคนิควิธีการ เครื่องมือที่เหมาะสมกับการประเมินความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และทักษะกระบวนการ

.๔ ระหว่างภาคเรียน ให้ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นระยะ ๆ ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ เพื่อพัฒนาการเรียนของผู้เรียน และเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลปลายปี 

.๕ เมื่อถึงปลายปี หลังจากจบกระบวนการเรียนการสอนทุกกิจกรรมให้มีการประเมินผลการเรียนปลายปี โดยสามารถประเมินทุกสาระการเรียนรู้ ทุกมาตรฐานการเรียนรู้ หรือเลือกประเมินเฉพาะสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ที่สำคัญ และจำเป็นต่อการศึกษาของผู้เรียนในระดับชั้นถัดไป ทั้งนี้การประเมินจะต้องครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ เวลาเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญเพื่อตรวจสอบความสามารถตามที่มาตรฐานกำหนด แล้วใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาตัดสินเพื่อผ่านการเลื่อนชั้น ในการประเมินผลปลายปีให้มีการประเมินการอ่าน  คิดวิเคราะห์  และเขียนตามที่สถานศึกษากำหนด

 

ข้อ ๙      ในการประเมินให้เลือกใช้เครื่องมืออย่างหลากหลาย  และเหมาะสมกับตัวชี้มาตรฐาน พฤติกรรมตามตัวชี้มาตรฐาน ตามสาระการเรียนรู้  และมาตรฐานการเรียนรู้  ผลการประเมินให้อยู่ในรูปของคะแนน  หรือระดับพัฒนาการ  หรือเกรด หรือคำอธิบายเชิงคุณภาพก็ได้

 

ข้อ ๑๐   ในกรณีที่ใช้เครื่องมือการประเมินหลาย ๆ ประเภทจำเป็นต้องปรับผลการประเมินที่อาจอยู่ในรูปแบบที่หลากหลายให้เป็นรูปแบบเดียวกันก่อน (ตามน้ำหนักความสำคัญ)

 

ข้อ ๑๑   ให้ใช้ผลการประเมินในข้อ   .๔ และ ข้อ ๘.๕   ในการตัดสินผลการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้

 

ข้อ ๑๒ ในการประเมินผลการเรียนรู้ตามข้อ  .๕ ให้แจ้งระดับผลการเรียนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้เรียนเป็นระดับคุณภาพพร้อมคำบรรยาย ซึ่งเป็นรายละเอียดของระดับคุณภาพดังนี้

                                           หมายถึง                ผลการเรียนดีเยี่ยม                               ได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ  ๘๐  ขึ้นไป

                ๓.๕                        หมายถึง                ผลการเรียนดีมาก                                ได้คะแนนร้อยละ  ๗๕ - ๗๙

                                             หมายถึง                ผลการเรียนดี                                        ได้คะแนนร้อยละ  ๗๐  -  ๗๔

                ๒.๕                       หมายถึงผลการเรียนค่อนข้างดี                       ได้คะแนนร้อยละ  ๖๕  -  ๖๙

                                            หมายถึงผลการเรียนน่าพอใจ                          ได้คะแนนร้อยละ  ๖๐  -  ๖๔

                ๑.๕                        หมายถึง                ผลการเรียนพอใช้                               ได้คะแนนร้อยละ  ๕๕  -  ๕๙

                                             หมายถึง                ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ            ได้คะแนนร้อยละ  ๕๐  -  ๕๔

                                             หมายถึง                ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ       ได้คะแนนร้อยละ    -  ๔๙

ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด  ให้ครูผู้สอนดำเนินการสอนซ่อมเสริม  ปรับปรุงแก้ไข  ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์  ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ  จนผู้เรียนมีความรู้  ทักษะ  กระบวนการ  สามารถผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดภายในปีการศึกษาที่ผู้เรียนได้รับผลการประเมินไม่ผ่าน    ผลการประเมินที่ได้ให้ได้ไม่เกิน 

ในกรณีที่ผู้เรียนไม่เข้ารับการซ่อมเสริมในระยะเวลาที่กำหนด  ให้ครูผู้สอนบันทึกเสนอถึงหัวหน้าฝ่ายวิชาการเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาพิจารณาเป็นกรณีไป

 

ข้อ  ๑๓                 ผู้เรียนต้องเข้ารับการประเมินปลายปี ทุกคน  แต่ถ้าผู้เรียนไม่ได้เข้ารับการประเมินปลายปี  เพราะเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย  ให้โรงเรียนจัดให้ผู้เรียนเข้ารับการประเมินผลได้ในภายหลัง  แต่ต้องไม่เกิน  ๗ วันนับจากวันสอบวันสุดท้ายของการสอบปลายภาค หากผู้เรียนไม่สามารถมาได้ตามกำหนดเวลา ให้ครูประจำชั้นทำบันทึกเสนอผู้บริหารตามลำดับ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาพิจารณาเป็นกรณีไป

 

การวัดและการประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่านหนังสือ  ตำราเรียน เอกสารและสื่อต่าง ๆ เพื่อค้นหาและหรือเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ สุนทรีย์และประยุกต์ใช้ แล้วนำมาคิดสรุปเป็นความรู้ความเข้าใจของตน ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เนื้อหาสาระของเรื่องที่อ่าน ซึ่งนำไปสู่การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ และแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ และความสามารถในการถ่ายทอดความคิดเหล่านั้นด้วยการเขียนที่มีสำนวนภาษาถูกต้อง   มีเหตุผล และลำดับขั้นตอนในการนำเสนอ  ที่สามารถสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่านได้อย่างชัดเจนตามระดับความสามารถในแต่ละระดับชั้น

 

ข้อ ๑๔   การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ มีขั้นตอนดังนี้

๑๔.๑ ให้คณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน กำหนดเกณฑ์และแนวทางการประเมิน  ดังนี้

๑๔.๑.๑ กำหนดมาตรฐานการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และเขียนพร้อมทั้งตัวชี้วัดความสามารถ

                              ๑๔.๑.๒ กำหนดแนวทางการประเมินที่เหมาะสม เช่น

ก.   ความสามารถจริงของผู้เรียนในการปฏิบัติกิจกรรมทางการเรียนในรายวิชาต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนโดยการสังเกตของผู้สอน

ข.      การมอบหมายให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้า แล้วเขียนเป็นรายงาน

ค.   ผลงานเชิงประจักษ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการอ่าน การคิดวิเคราะห์และการเขียนที่รวบรวม  และนำเสนอในรูปของแฟ้มสะสมงาน

ง.       การทดสอบโดยใช้แบบทดสอบแบบเขียนตอบหรือการให้ผู้เรียนเขียนความเรียง

จ.      วิธีการอื่น ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสม

๑๔.๑.๓ กำหนดเกณฑ์การตัดสินคุณภาพการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียนสื่อความตามความเหมาะสม

๑๔.๑.๔ การจัดทำเครื่องมือประเมิน สรุปรวบรวมข้อมูล และตัดสินผลการประเมิน

๑๔.๑.๕ แนวทางการซ่อมเสริมปรับปรุงผู้เรียนที่ยังไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานขั้นต่ำของสถานศึกษา

 

ข้อ ๑๕ ประกาศแนวทางต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น  ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบอย่างสม่ำเสมอ และชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ

 

ข้อ ๑๖   ให้ผู้สอนหรือผู้ที่คณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนมอบหมาย  ดำเนินการประเมิน  และนำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เพื่อให้ความเห็นชอบและเสนอผู้บริหารอนุมัติผลต่อไป

 

ข้อ ๑๗ แนวทางการประเมินความสามารถการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนระหว่างเรียน ให้ดำเนินการดังนี้ 

๑๗.๑ ให้ผู้มีหน้าที่ประเมินตรวจสอบหรือประเมินผู้เรียนในความรับผิดชอบควบคู่ไปกับการเรียนการสอน โดยประเมินเป็นช่วงๆ

๑๗.๒ ให้ผู้มีหน้าที่ประเมินแจ้งผลการประเมินให้ผู้เรียนและผู้ปกครองทราบเป็นระยะ

๑๗.๓ ดำเนินการซ่อมเสริม ปรับปรุง  แก้ไขผู้เรียนในส่วนที่ไม่ผ่านการประเมิน

 

ข้อ ๑๘ เมื่อถึงปลายปี ให้ผู้ประเมินดำเนินการประเมินสรุปความสามารถการอ่าน  การคิดวิเคราะห์  และการเขียน  เพื่อสรุปความสามารถของผู้เรียนในแต่ละปีการศึกษา และใช้ประกอบการตัดสินเลื่อนชั้น โดยให้ดำเนินการดังนี้

๑๘.๑ให้ผู้สอนตรวจสอบหรือประเมินผู้เรียนในความรับผิดชอบตามวิธีการ และเครื่องมือที่คณะกรรมการประเมินการอ่าน การคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความกำหนด เพื่อให้ได้ข้อมูลความสามารถของผู้เรียนด้านการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียนสื่อความอย่างเหมาะสม  ครบถ้วน ตามศักยภาพที่แท้จริงของผู้เรียน รายงานคณะกรรมการดำเนินการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผู้มีหน้าที่ประเมินสามารถที่จะสรุปผลการประเมินกลางปีหรือเมื่อสิ้นภาคเรียนแรก เพื่อแจ้งให้ผู้เรียนได้ทราบสถานภาพของตน และทำการปรับปรุงแก้ไขตนเองได้

๑๘.๒ ให้คณะกรรมการดำเนินการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน สรุปผลการประเมินเมื่อสิ้นภาคการศึกษา

๑๘.๓ ตัดสินผลการประเมินในแต่ละตัวชี้  ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

๑๘.๓ แจ้งผลการประเมินให้ผู้เรียน และผู้ปกครองทราบ

๑๘.๔ ดำเนินการซ่อมเสริม ปรับปรุง  แก้ไขผู้เรียนในส่วนที่ไม่ผ่านการประเมิน

๑๘.๕ จัดส่งผลการประเมินนำเสนอคณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ให้ความเห็นชอบ เพื่อนำเสนอให้ผู้บริหารสถานศึกษาอนุมัติผลการตัดสินการผ่านชั้นต่อไป

                ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด  ให้ครูผู้สอนดำเนินการซ่อมเสริม  ปรับปรุงแก้ไข  ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ  จนผู้เรียนมีความสามารถ ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดภายในปีการศึกษาที่ผู้เรียนได้รับผลการประเมินไม่ผ่าน    ผลการประเมินที่ได้ให้ได้ไม่เกิน  ผ่านในกรณีที่ผู้เรียนไม่เข้ารับการซ่อมเสริมในระยะเวลาที่กำหนด ให้ครูผู้สอนบันทึกเสนอถึงผู้บริหารตามลำดับเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาพิจารณาเป็นกรณีไป

 

การวัดและการประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์

การวัดและการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่สถานศึกษากำหนดขึ้นโดยอิงกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑  ให้ดำเนินการ ดังนี้

ข้อ ๑๙    ให้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา   ประกอบด้วยผู้แทนครู  ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อทำหน้าที่กำหนดแนวทางการพัฒนา  แนวทางการประเมิน เกณฑ์การประเมิน และแนวทางการปรับปรุงซ่อมเสริมผู้เรียน ฯลฯ

 

ข้อ ๒๐   ให้ คณะกรรมการพัฒนา และประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์นำคุณลักษณะอันพึงประสงค์    ประการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาศึกษานิยาม/ตัวชี้วัด/พฤติกรรมบ่งชี้ เพื่อกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ที่ครอบคลุมตัวชี้วัดและนิยามของคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนโดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพความจำเป็นและความต้องการของสถานศึกษาและชุมชน

 

ข้อ ๒๑   แนวทางการพัฒนา มี  2 ลักษณะ ดังนี้

๒๑.๑ การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในห้องเรียน ให้ผู้สอนดำเนินการพัฒนา  ประเมินผลและแก้ไขปรับปรุงผู้เรียนในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ

๒๑.๒ การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์นอกห้องเรียน  ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องของสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนา  ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาทั้งในลักษณะของการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ หรือการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งในและนอกสถานศึกษา

 

ข้อ ๒๒  ให้ผู้สอนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและประเมินผลด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ดำเนินการประเมินผู้เรียนในระหว่างภาค และเมื่อสิ้นสุดภาคเรียนแต่ละภาค ตามแนวทางที่คณะกรรมการคุณลักษณะอันพึงประสงค์กำหนด

 

ข้อ ๒๓  ให้ผู้มีหน้าที่ในการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์แต่ละฝ่ายทำการประเมินและ

รวบรวมข้อมูลการประเมินคุณธรรม  จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ  ผู้เรียน แล้วส่งต่อให้คณะกรรมการคุณลักษณะอันพึงประสงค์นำไปประมวลผลและพิจารณาตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะแต่ละประการตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

ข้อ ๒๔  ให้คณะกรรมการคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แจ้งผลการตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ครูประจำชั้นของผู้เรียนนำไปกรอกในเอกสารแบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์และแจ้งผลให้ผู้เรียน และผู้ปกครองทราบต่อไป พร้อมกับดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผู้เรียน ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ควบคุมและพัฒนาตนเองในการถือปฏิบัติคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ดีขึ้น รวมทั้งมอบหมายให้ปฏิบัติกิจกรรมคุณความดีชดเชย ตามแนวทางที่สถานศึกษากำหนดไว้ โดยผู้เรียนที่ผ่านการซ่อมเสริมจะได้รับผลการประเมินเพียงระดับ ผ่าน

 

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

                การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้ดำเนินการ ดังนี้

ข้อ ๒๕ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรม

๒๕.๑ ให้ผู้สอนตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้

๒๕.๒ ให้ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน

ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ด้วยวิธีการที่หลากหลาย และใช้การประเมินตามสภาพจริง

๒๕.๓ ผู้เรียนที่มีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน

ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด เป็นผู้ผ่านการประเมินรายกิจกรรมและนำผลการประเมินไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน

๒๕.๔ ผู้เรียนที่มีผลการประเมินไม่ผ่านในเกณฑ์เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม หรือเกณฑ์การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียนหรือทั้งสองเกณฑ์ ถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลกิจกรรม

พัฒนาผู้เรียน ผู้สอนต้องดำเนินการซ่อมเสริมและประเมินจนผ่าน ทั้งนี้ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา

 

ข้อ ๒  การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อการตัดสิน

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินการผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นรายปี /

รายภาค เพื่อสรุปผลการผ่านในแต่ละกิจกรรม สรุปผลรวมเพื่อเลื่อนชั้นและประมวลผลรวมในปีสุดท้ายเพื่อการจบแต่ละระดับการศึกษา โดยการดำเนินการดังกล่าวมีแนวปฏิบัติ ดังนี้

๖.๑ กำหนดให้มีผู้สอนในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนทุกคนตลอดระดับการศึกษา

. ผู้สอนสรุปและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาที่สถานศึกษากำหนดนั้นผู้เรียนจะต้องผ่านกิจกรรม กิจกรรมสำคัญ ดังนี้

) กิจกรรมแนะแนว

) กิจกรรมนักเรียน ได้แก่

() กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์  () กิจกรรมชุมนุม ชมรม

) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

 

ข้อ ๒๗ นำเสนอผลการประเมินต่อคณะอนุกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนา

ผู้เรียน เพื่อให้ความเห็นชอบ

 

ข้อ ๒๘  เสนอผู้บริหารสถานศึกษา พิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษา

 

การสอบ School Test

ข้อ ๒๙   ให้ฝ่ายวิชาการรับผิดชอบในการจัดสอบ School Test นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่

1 ถึง 6

 

การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา

ข้อ ๓๐   ให้ผู้รับผิดชอบตามที่สถานศึกษากำหนด จัดให้นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 5 ได้เข้ารับการประเมินด้วยความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการประเมินผลระดับเขตพื้นที่การศึกษา

 

 

 

 

การ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ

ข้อ ๓๑   ให้ผู้รับผิดชอบตามที่สถานศึกษากำหนดจัดให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 3 และ 6 ได้เข้ารับการประเมินด้วยความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการประเมินผลระดับชาติ

 

หมวดที่ 3

เกณฑ์การวัดและการประเมินผล

เกณฑ์การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้  มีดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๓๒  การตัดสินผลการเรียน ให้นำคะแนนที่ได้มากที่สุดของแต่ละครั้งที่ได้รับจากการวัดและประเมินผลมารวมกันแล้วนำมาเปลี่ยนเป็นระดับผลการเรียน หรือผลการประเมิน

ข้อ ๓๓  ให้ใช้สัญลักษณ์เหล่านี้แสดงความหมายหรือระดับคุณภาพของผลการเรียนหรือผลการประเมิน

๓๓.๑ การให้ระดับผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้  จำแนกเป็น  8 ระดับคุณภาพ ดังนี้

ระดับคุณภาพ “4” หมายถึง  ผลการเรียนดีเยี่ยม  ได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป

ระดับคุณภาพ “3.5” หมายถึง  ผลการเรียนดีมาก ได้คะแนนร้อยละ 75-79

ระดับคุณภาพ “3” หมายถึง  ผลการเรียนดี ได้คะแนนร้อยละ 70-74

ระดับคุณภาพ “2.5” หมายถึง  ผลการเรียนค่อนข้างดี ได้คะแนนร้อยละ 65 - 69

ระดับคุณภาพ “2” หมายถึง  ผลการเรียนปานกลาง ได้คะแนนร้อยละ 60 – 64

ระดับคุณภาพ “1.5” หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ ได้คะแนนร้อยละ 55 – 59

ระดับคุณภาพ “1” หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ได้คะแนนร้อยละ  50 – 54

ระดับคุณภาพ “0” หมายถึง ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์  ได้คะแนนร้อยละ 0 – 49

๓๓.๒ ผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งออกเป็น  2 ระดับ ดังนี้

   หมายถึง  ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมมีผลงานผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด

มผหมายถึง  ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมมีผลงานไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่สถานศึกษากำหนด

๓๓.๓ ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

ดย  หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน๕-๘ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี

    หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจาก

. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๑-๔ คุณลักษณะ

และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ

. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๔ คุณลักษณะ

และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ

. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน

หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจาก

. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ

. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๔ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน

 

มผหมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ ๑ คุณลักษณะ

 

๓๓.๔ ผลการประเมินความสามารถในการเรียนรู้  การอ่าน  การคิดวิเคราะห์ และการเขียน แบ่งออกเป็น  4 ระดับ

 

ดย   หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ

 

หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์

และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ

หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์

และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ

 

มผหมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน หรือถ้ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ

 

ข้อ ๓๔  การเลื่อนชั้น  ให้ถือปฏิบัติดังนี้

) ผู้เรียนมีเวลาเรียนตลอดปีการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด

) ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านทุกรายวิชาพื้นฐาน

) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

ทั้งนี้ ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้

อนึ่ง ในกรณีที่ผู้เรียนมีหลักฐานการเรียนรู้ที่แสดงว่ามีความสามารถดีเลิศ สถานศึกษาอาจให้โอกาสผู้เรียนเลื่อนชั้นกลางปีการศึกษา โดยสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย ฝ่ายวิชาการของสถานศึกษาและผู้แทนของเขตพื้นที่การศึกษาหรือต้นสังกัด ประเมินผู้เรียนและตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขทั้ง ๓ ประการ ต่อไปนี้

. มีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีที่กำลังศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

. มีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น

. ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถทุกรายวิชาของชั้นปีที่เรียนปัจจุบัน และความรู้ความสามารถทุกรายวิชาในภาคเรียนแรกของชั้นปีที่จะเลื่อนขึ้น การอนุมัติให้เลื่อนชั้นกลางปีการศึกษาไปเรียนชั้นสูงขึ้นได้ ๑ ระดับชั้นนี้ ต้องได้รับการยินยอมจากผู้เรียนและผู้ปกครอง และต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนที่ ๒ ของปีการศึกษานั้น สำหรับในกรณีที่พบว่ามีผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่าง ๆ มีปัญหาในการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาดำเนินงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัด/ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา/หน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนเฉพาะความพิการ หาแนวทางการแก้ไขและพัฒนา

 

ข้อ  ๓๕ การสอนซ่อมเสริม

กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้  ทักษะ  กระบวนการ  เจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์  ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ตลอดจนผลงานการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด  ให้ครูผู้สอนดำเนินการซ่อมเสริมผู้เรียน ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ  จนผู้เรียนมีความรู้  ทักษะ  กระบวนการ เจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ตลอดจนผลงานการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่สถานศึกษากำหนดภายในปีการศึกษาที่ผู้เรียนได้รับผลการประเมินไม่ผ่าน  สำหรับนักเรียนที่ผ่านการซ่อมเสริมในรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ จะได้รับผลการประเมินไม่เกิน  1   ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์   การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะได้รับผลการประเมินในระดับ ผ่าน

กรณีที่ผู้เรียนไม่มาเข้ารับการซ่อมเสริมตามเวลาที่กำหนด ให้ครูผู้สอนทำบันทึกเสนอถึงผู้บริหารตามลำดับเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการสถานศึกษา พิจารณาเป็นกรณีไป

 

 

 

ข้อ ๓๖   การเรียนซ้ำชั้น

ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียน เป็นสำคัญ ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้น สถานศึกษาควรให้เรียนซ้ำชั้น ทั้งนี้ สถานศึกษาอาจใช้ดุลยพินิจให้เลื่อนชั้นได้ หากพิจารณาว่าผู้เรียนมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

) มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ อันเนื่องจากสาเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย แต่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้นในข้ออื่น ๆ ครบถ้วน

) ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนดในแต่ละรายวิชา แต่เห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษานั้น และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้นในข้ออื่น ๆ ครบถ้วน

) ผู้เรียนมีผลการประเมินรายวิชาในกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา

ศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ในระดับผ่านก่อนที่จะให้ผู้เรียนเรียนซ้ำชั้น สถานศึกษาควรแจ้งให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบเหตุผลของการเรียนซ้ำชั้น            

 

ข้อ ๓๗  การจบหลักสูตร

                                เกณฑ์การจบการศึกษา มีดังต่อไปนี้

) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

 

หมวดที่ 4

การรายงานผลการเรียน

 

ข้อ ๓๘  การรายงานผลการเรียนให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

                ๓๘.๑ จุดมุ่งหมายของการรายงานผลการเรียน มีดังนี้

. เพื่อแจ้งให้ผู้เรียน ผู้เกี่ยวข้องทราบความก้าวหน้าของผู้เรียน

. เพื่อให้ผู้เรียน ผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมและพัฒนา การเรียนของผู้เรียน

. เพื่อให้ผู้เรียน ผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการเรียน กำหนดแนวทางการศึกษาและการเลือกอาชีพ 

. เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ใช้ดำเนินการออกเอกสารหลักฐานการศึกษา ตรวจสอบและรับรองผลการเรียน หรือวุฒิทางการศึกษาของผู้เรียน

. เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด ใช้ประกอบในการกำหนดนโยบาย วางแผนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 

                   ๓๘.๒ ข้อมูลในการรายงานผลการเรียน

                    ข้อมูลระดับชั้นเรียน  ระกอบด้วย  ผลการประเมินความรู้  ความสามาร  พฤติกรรมการเรียน  ความประพฤติและผลงานในการเรียนของผู้เรียน  เป็นข้อมูลสำหรับรายงานให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้เรียน ผู้สอนและผู้ปกครอง ได้รับทราบความก้าวหน้า  ความสำเร็จในการเรียนของผู้เรียนเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนกำหนดเป้าหมายและวิธีการในการพัฒนาผู้เรียน 

                    ข้อมูลระดับสถานศึกษา  ประกอบด้วย  ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ  ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน  ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายปี/รายภาค  ผลการประเมินความก้าวหน้าใน การเรียนรู้รายปี/รายภาคโดยรวมของสถานศึกษา  เพื่อใช้เป็นข้อมูลและสารสนเทศในการพัฒนา   การเรียนการสอนและคุณภาพของผู้เรียน  ให้เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด  การตัดสิน การเลื่อนชั้นและการซ่อมเสริมผู้เรียนที่มีข้อบกพร่องให้ผ่านระดับชั้นและเป็นข้อมูลในการออกเอกสารหลักฐานการศึกษา

                   ข้อมูลการประเมินคุณภาพระดับเขตพื้นที่การศึกษา  ได้แก่  ผลการประเมินคุณภาพ  ของผู้เรียนด้วยแบบประเมินที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดทำขึ้นในกลุ่มสาระการเรียนรู้สำคัญในระดับชั้นที่นอกเหนือจากการประเมินคุณภาพระดับชาติ  เป็นข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องใช้วางแผนและดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของผู้เรียนและสถานศึกษา

                   ข้อมูลผลการประเมินคุณภาพระดับชาติ  ได้แก่  ผลการประเมินคุณภาพของผู้เรียนด้วยแบบประเมินที่เป็นมาตรฐานระดับชาติในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สำคัญในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานระดับชาติ   เป็นข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้องใช้วางแผนและดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของผู้เรียน  สถานศึกษา  ท้องถิ่น  เขตพื้นที่การศึกษาและประเทศชาติ  รวมทั้งนำไปรายงานในเอกสารหลักฐานการศึกษาของผู้เรียน 

                   ข้อมูลพัฒนาการของผู้เรียนด้านอื่นๆ  ประกอบด้วย  ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการทาง ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและพฤติกรรมต่างๆ  เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของการแนะแนวและจัดระบบการดูแลช่วยเหลือเพื่อแจ้งให้ผู้เรียน ผู้สอน ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูล โดยผู้มีหน้าที่รับผิดชอบแต่ละฝ่ายนำไปใช้ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดพัฒนาการอย่างถูกต้อง เหมาะสม  รวมทั้งนำไปจัดทำเอกสารหลักฐานแสดงพัฒนาการของผู้เรียน

                  ๓๘.๓    ลักษณะข้อมูลสำหรับการรายงาน

                   การรายงานผลการเรียนให้รายงานเป็นระบบตัวเลขระดับผลการเรียน ๐ - ๔ (๘  ระดับ) และผลการเรียนที่มีเงื่อนไข    มผ    มส

                   รายงานโดยใช้สถิติ  เป็นการรายงานจากข้อมูลที่เป็นตัวเลข  ตัวอักษร หรือข้อความให้เป็นภาพแผนภูมิหรือเส้นพัฒนาการ  ซึ่งจะแสดงให้เห็นพัฒนาการความก้าวหน้าของผู้เรียนว่าดีขึ้นหรือควรได้รับการพัฒนาอย่างไร  เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป

                   รายงานเป็นข้อความ  เป็นการบรรยายพฤติกรรมหรือคุณภาพที่ผู้ประเมินสังเกตพบ  เพื่อรายงานให้ทราบว่าผู้เรียนมีความสามารถ  มีพฤติกรรม  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามมาตรฐาน     การเรียนรู้/ตัวชี้วัดและบุคลิกภาพอย่างไร เช่น

                   ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง  ชอบแสดงความคิดเห็นและมีเหตุผล

                   ผู้เรียนสนใจอ่านเรื่องต่างๆ หลากหลายประเภท  สามารถสรุปใจความของเรื่องได้ถูกต้องสมบูรณ์ 

                   ผู้เรียนมีผลการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นที่น่าพอใจ  แต่ควรมีการพัฒนาด้านการเขียน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการฝึกหรือส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะในการเขียนสูงขึ้น

                   ๓๘.๔ วิธีการรายงาน

                   การรายงานผลการเรียนให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ  สามารถดำเนินการได้ดังนี้

                                   ๓๘.๔.๑  การรายงานผลการเรียนในเอกสารหลักฐานการศึกษา ได้แก่

                -  ระเบียนแสดงผลการเรียน   (ปพ.๑)

                -  หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา (ปพ.๒)

                        -  แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓)

                        -  แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล

                        -  แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา

                        -  ระเบียนสะสม

                        -  ใบรับรองผลการเรียน

                                        ฯลฯ

                           ข้อมูลจากแบบรายงาน  สามารถใช้อ้างอิง  ตรวจสอบและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนได้

                           ๓๘.๔.๒  การรายงานคุณภาพการศึกษาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ  สามารถรายงานได้หลายวิธี  เช่น

                                   -    รายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี

                                   -  วารสาร/จุลสารของสถานศึกษา

                                   -  จดหมายส่วนตัว

                                   -  การให้คำปรึกษาหารือเป็นรายบุคคล      

                                   -  การให้พบครูที่ปรึกษาหรือการประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง

                                   -  การให้ข้อมูลทาง  Internet  ผ่าน  Web site  ของสถานศึกษา

๓๘.๕    การกำหนดระยะเวลาในการรายงานให้ดำเนินการ ดังนี้

                                ๓๘.๕.๑ รายงานพัฒนาการของผู้เรียนตามตัวชี้มาตรฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้รายงานแก่ผู้ปกครองทุก  2 เดือน

                                ๓๘.๕.๒ รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนรายปี / รายภาคให้รายงานผลการประเมินสรุปของวิชาการในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์   การพัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน สมรรถนะสำคัญพร้อมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

                                ๓๘.๕.๓ การรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษาให้รายงานภายใน 2สัปดาห์   นับตั้งแต่สถานศึกษาได้รับรายงานผลจากเขตพื้นที่การศึกษา

                                ๓๘.๕.๔ การรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติให้รายงานภายใน 1 สัปดาห์ นับตั้งแต่สถานศึกษาได้รับรายงานจากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ

                ทั้งนี้ให้ยึดหลักการรายงานให้เร็วที่สุดภายหลังการประเมินผลแต่ละครั้ง  เพื่อให้การรายงานเกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพในการนำไปใช้สูงสุด

 

 

หมวดที่  5

การเทียบโอนผลการเรียน

 

ข้อที่ ๓๙  การเทียบโอนผลการเรียนให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

๓๙.๑ ให้โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียนจำนวน ๓ คนแต่ไม่เกิน ๕ คน

๓๙.๒ ให้คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียนดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

๓๙.๒.๑ พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา ซึ่งจะให้ข้อมูลที่แสดงความรู้ความสามารถของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ

๓๙.๒.๒ พิจารณาจากความรู้และประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติจริง การทดสอบ การสัมภาษณ์ฯลฯ

๓๙.๒.๓ พิจารณาจากความสามารถ และปฏิบัติได้จริง

๙.๒.๔ ในกรณีมีเหตุผลจำเป็นระหว่างเรียน  นักเรียนสามารถแจ้งความจำนงขอไปศึกษาบางรายวิชาในสถานศึกษา/สถานประกอบการอื่น  แล้วนำมาเทียบโอนได้  โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา

๓๙.๒.๕ การเทียบโอนให้ดำเนินการ ดังนี้

                           ๑. กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น  ให้นำรายวิชาหรือหน่วยกิตที่มีตัวชี้วัด/มาตรฐานการเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง/จุดประสงค์/เนื้อหาที่สอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ มาเทียบโอนผลการเรียนและพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน                                                                 

                   ๒. กรณีการเทียบโอนความรู้ ทักษะและประสบการณ์  ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน (ถ้ามี)  โดยให้มีการประเมินด้วยเครื่องมือที่หลากหลายและให้ระดับผลให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน

                   ๓. กรณีการเทียบโอนที่นักเรียนเข้าโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ  ให้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชั้นการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน

                   ทั้งนี้วิธีการเทียบโอนผลการเรียนในรายละเอียดให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการและ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

 

 

หมวดที่ 6

เอกสารหลักฐานทางการศึกษา

 

ข้อ ๔๐   ให้โรงเรียนจัดให้มีเอกสารประเมินผลการเรียนรู้  ดังต่อไปนี้

                ๔๐.๑ เอกสารหลักฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

                                . ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑)

                                . ประกาศนียบัตร (ปพ.๒)

                                . แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓)

                ๔๐.๒ เอกสารหลักฐานที่สถานศึกษากำหนด

                                . แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา

                                . แบบรายงานประจำตัวนักเรียน

                                . ใบรับรองผลการเรียน

                                . ระเบียนสะสม

ข้อ ๔๑   การวัดและประเมินผลทุกอย่าง ต้องผ่านคณะกรรมการฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาหรือที่เกี่ยวข้อง  โดยมีอำนาจเต็มที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เรียน และความถูกต้องตามระเบียบฯ นี้ทุกประการเป็นสำคัญ ซึ่งประกอบด้วย

 ๔๑.๑ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ

                ๔๑.๒ คณะอนุกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

                ๔๑.๓ คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

 ๔๑.๔ คณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถใน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน

                ๔๑.๕ คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน

 

หมวดที่ 7

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ ๔๒  การกำหนดการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาและระเบียบว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลนี้ ควรดำเนินการปรับปรุง  3 ปีการศึกษาเป็นอย่างน้อย โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้เรียน ชุมชน หรือประเทศชาติ ภายใต้ศักยภาพอย่างเต็มที่ของสถานศึกษา

ข้อ ๔๓  ให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ประเมินเชิงวิจัยการใช้หลักสูตรสถานศึกษาและความสมบูรณ์ของระเบียบฯ นี้ ประจำปีการศึกษา แล้วรายงานผลการประเมิน เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและดำเนินการในส่วนที่ต้องแก้ไขปรับปรุงต่อไป

 

 







โรงเรียนถนอมพิศวิทยา 1808 ถนนลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กุรุงเทพฯ10310 โทร. 0-2514-1819 โทรสาร 0-2539-4969
โรงเรียนถนอมพิศวิทยา 1808 ระหว่างซอยลาดพร้าว 62 - 64 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กุรุงเทพฯ10310
โทร. 0-2514-1819 , 0-2539-4968 โทรสาร 0-2539-4969
E-mail : ariyasound@thaimail.com