ReadyPlanet.com
dot dot




คู่มือนักเรียน

 

 

 

 
 


                                 
 
คำนำ
 
            คู่มือนักเรียน เล่มนี้     ได้จัดทำขึ้นเพื่อประสานความเข้าใจระหว่างโรงเรียน และผู้ปกครอง เพื่อเป็นสื่อกลางในการร่วมมือกันพัฒนาเด็ก เพราะการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพต้องได้รับการสนับสนุนจากท่านผู้ปกครองเป็นสำคัญ โดยทางโรงเรียนได้กำหนดแนวทางเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติในแต่ละเรื่องไว้อย่างชัดเชน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติของนักเรียน และผู้ปกครอง ได้อย่างถูกต้อง
 
            ทางโรงเรียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า   ท่านผู้ปกครองจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อร่วมกันพัฒนานักเรียน และโรงเรียนของเราให้ก้าวหน้าในทุกๆด้าน
 
ดังปรัชญาโรงเรียนที่ว่า
  
      เรียนดี        มีวินัย             ใฝ่คุณธรรม
 
 
                                                       (นายอริยะ             สุพรรณเภษัช)
                                                                  ผู้อำนวยการ
 
 
 
 
 
 
  
 
 
 
 
 
ประวัติความเป็นมาของโรงเรียนถนอมพิศวิทยา
 
 
สถานที่ตั้ง
                โรงเรียนถนอมพิศวิทยาได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2505  เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ  ตั้งอยู่เลขที่ 1808   ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ผู้ก่อตั้งคือคุณแม่ถนอม ร้ายบำรุง ซึ่งมีความประสงค์จะจัดตั้งโรงเรียนเพื่อให้ธิดาของท่านซึ่ง ได้แก่  นางภาณี  สุพรรณเภษัช  นางสาวจิระพันธ์   ร้ายบำรุง   นางศิรี    แจ้งบำรุง และนางสาวสุวรรณา    ร้ายบำรุง รวม 4  ท่าน    ให้ดำเนินการจัดการศึกษาภายใต้ชื่อว่า “โรงเรียนถนอมพิศวิทยา” เพื่อการดูแลกุลบุตรกุลธิดาของท่านผู้ปกครองให้ได้รับความรู้คู่คุณธรรมอย่างทะนุถนอม และมีความก้าวหน้าในด้านการศึกษา อันจะเป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปโดย นางภาณี  สุพรรณเภษัช   ดำรงตำแหน่งเป็นผู้รับใบอนุญาต และ นางสาวจิระพันธ์   ร้ายบำรุง ดำรงตำแหน่งเป็นครูใหญ่  ซึ่งในปีแรกได้เปิดการเรียนการสอน ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 จำนวน 1 ห้องเรียน   มีนักเรียน 38 คน ต่อมาในปีการศึกษา 2517   อาจารย์พิศมัย   สุพรรณเภษัช ได้ลาออกจากราชการครูที่โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์   มาช่วยบริหารดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการโรงเรียนถนอมพิศวิทยา
                เมื่อเริ่มตั้งโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารไม้ชั้นเดียว 1 หลัง จำนวน 4 ห้องเรียน  โดยใช้งบประมาณส่วนตัว จำนวน 250,000 บาท  ปัจจุบันใช้ชื่อว่าอาคาร 2 ตั้งอยู่บนเนื้อที่จำนวน 6 ไร่ 3 งาน 79.31  ตารางวา   ต่อมา อาจารย์ภาณี สุพรรณเภษัช    ได้ให้บ้านพักอาศัยเป็นอาคารเรียนของโรงเรียน จำนวน   1 หลัง    ปัจจุบันเป็นอาคารธุรการ ใช้ชื่อว่า อาคาร 1
                ปีพุทธศักราช      2507   ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างเพิ่มเติมอาคาร   2   และขยายชั้นเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 รวม มีห้องเรียนรวมทั้งสิ้น จำนวน 11 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้จำนวน   280 คน
                ปีพุทธศักราช 2511 ทางโรงเรียนได้ต่อเติมอาคาร 2 เป็นอาคารเรือนไม้ 2 ชั้น จำนวน 5 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้เป็นจำนวน   505 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 รวมทั้งสิ้นจำนวน 16 ห้องเรียน
                ปีพุทธศักราช  2513   ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารเรือนไม้   2   ชั้น   ขึ้นใหม่   จำนวน 1 หลังจำนวน  10 ห้องเรียน ปัจจุบันใช้ชื่อว่า อาคาร 5   เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยใช้งบประมาณส่วนตัว   สามารถรับนักเรียนได้เป็นจำนวน 955 คน รวมทั้งสิ้น   26 ห้องเรียน
 ปีพุทธศักราช     2514     ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารเรือนไม้ชั้นเดียวขึ้นใหม่อีก   1 หลังจำนวน   4  ห้องเรียน    เพราะจำนวนห้องเรียนไม่พอเพียง     ปัจจุบันใช้ชื่อว่า อาคาร 3    สามารถรับนักเรียนได้เป็น จำนวน 1,095   คน   รวมทั้งสิ้น   30 ห้องเรียน
ปีพุทธศักราช     2517 ทางโรงเรียนได้ต่อเติมอาคาร 3   เป็น อาคารเรือนไม้   2   ชั้น ได้ห้องเรียนเพิ่มขึ้น จำนวน   6 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้เป็นจำนวน 1,305 คน รวมทั้งสิ้น 36 ห้องเรียน
                ปีพุทธศักราช    2520   ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารเรือนไม้   2   ชั้น   ใต้ถุนสูงขึ้นอีก   1   อาคาร เพราะจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นทุกปีการศึกษา จำนวน 4   ห้องเรียน และห้องพักครู    1   ห้อง ปัจจุบันใช้ชื่อว่าอาคาร 4   โดยต่อมาในปี 2522    ได้ขออนุญาตใช้ห้องพักครูเป็นห้องเรียน   รวม  5   ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,530    คน   รวมมีห้องเรียน   41 ห้องเรียน
              ปีพุทธศักราช    2524     ทางโรงเรียนได้กั้นห้องอาคาร 4     ด้านล่าง เพิ่มขึ้นจำนวน   5   ห้องเรียนสามารถรับนักเรียนได้เป็นจำนวน 1,755 คน   รวมทั้งสิ้น   46   ห้องเรียน
                ปีพุทธศักราช 2528 ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารเรียนตึก 3 ชั้นอีก 1 หลังเนื่องจากจำนวนห้องเรียนไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ได้ห้องเรียนเพิ่มขึ้นจำนวน 12 ห้องเรียน     ปัจจุบันใช้ชื่อว่า อาคาร 6 โดยต่อมาในปี    2532   ได้ขออนุญาตเพิ่มขึ้นอีก 2 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้เป็นจำนวน   2,481 คน รวมทั้งสิ้น 60 ห้องเรียน
                ปีพุทธศักราช 2532 ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารประกอบเป็นตึก 2 ชั้น   เพิ่มขึ้นอีก 1 หลังชั้นล่างเป็นห้องรับประทานอาหาร   ชั้นบนเป็นหอประชุม ความจุประมาณ   300- 500   คน
                ปีพุทธศักราช 2536  ทางโรงเรียนขออนุญาตห้องเรียนเพิ่มขึ้นบริเวณอาคาร 3 และ อาคาร 6 จำนวน   2 ห้องเรียน สามารถรับนักเรียนได้เป็นจำนวน 2,571 คน รวมทั้งสิ้น 62 ห้องเรียน   ปีพุทธศักราช 2537 ทางโรงเรียนได้สร้างสระว่ายน้ำ เพื่อให้นักเรียนได้ออกกำลังกายและมีทักษะในการว่ายน้ำ   โดยใช้งบประมาณส่วนตัวประกอบด้วยสระเล็กและสระใหญ่ขนาดมาตรฐาน สิ้นเงินก่อสร้าง 10 ล้านบาท
                ปีพุทธศักราช 2540 ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารตึก 5 ชั้น   1 หลัง โดยใช้งบประมาณส่วนตัว เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น   โดยสามารถรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน   3,511 คน รวมทั้งสิ้น   82 ห้องเรียน
                ปัจจุบันโรงเรียนถนอมพิศวิทยามีอาคารรวมทั้งสิ้น 10 อาคาร   เป็นอาคารเรียน   6 หลัง   อาคารธุรการ   1   หลัง    อาคารห้องประชุมและโรงอาหาร   1 หลัง   อาคารห้องสมุด 1   หลัง   และอาคารสระว่ายน้ำ   1 หลัง   
 
สถานที่ตั้ง
โรงเรียนถนอมพิศวิทยา   เลขที่ 1808ถนนลาดพร้าว   แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร    10310
 
เนื้อที่
6 ไร่      3 งาน    79.31ตารางวา
 
ประเภท
โรงเรียนเอกชน   ประเภทสามัญ    รับเงนอุดหนุนจากรัฐบาล
สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน
 
เปิดดำเนินการตั้งแต่
วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2505
 
 
ระดับการศึกษา
ระดับชั้นอนุบาล ถึง ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย
 
คณะผู้บริหารโรงเรียนปัจจุบัน
 
ผู้รับใบอนุญาต                       นางภาณี                                สุพรรณเภษัช
ผู้อำนวยการ                          นายอริยะ                                สุพรรณเภษัช
ผู้จัดการ                                นายพลอนันต์                          สุพรรณเภษัช
ผู้ช่วยผู้จัดการ                       นายธนพิพัฒน์                          เจนนพกาญจน์
ผู้ช่วยผู้จัดการ                       นายไผท                                 แจ้งบำรุง
ที่ปรึกษา                              นางสาวจิระพันธ์                       ร้ายบำรุง
ที่ปรึกษา                              นางศิรี                                    แจ้งบำรุง
 
ปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียน
วิสัยทัศน์
                มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้คู่ความดี ตามศักยภาพแต่ละบุคคล มีความเป็นไทยและความเป็นสากล     คิดเป็นแก้ปัญหาเป็น มีความสามารถในวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และภาษาอังกฤษ  สามารถอยู่ในสังคมโลกได้อย่างมีความสุข  ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสู่มืออาชีพ การ
บริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบ   โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมจัดการศึกษา 
พันธกิจของโรงเรียน
1. ส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย คิดเป็นแก้ปัญหาเป็น มีทักษะการทำงาน  รักการทำงาน  มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่องและมีมารยาทงามตามแบบไทย
2. พัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดการเรียนการสอนตามแนวทางปฏิรูปการเรียนรู้
3. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
4. พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการ ความถนัด ความสนใจของผู้เรียนและชุมชนเป็นหลักสูตรให้ความรู้เป็นสากลขณะเดียวกันดำรงไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น และเอกลักษณ์ของความเป็นไทย
ในลักษณะบูรณาการทั้งสาระการเรียนรู้ คุณธรรมจริยธรรมที่ได้สัดส่วนสมดุลกัน
5. สร้างบรรยากาศภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ มีสื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทรัพยากรอย่างเพียงพอ ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
6. ส่งเสริม สนับสนุนครูผู้สอนให้ใช้ผลการประเมินและผลการวิจัยในชั้นเรียนมาพัฒนาผู้เรียน
7. นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา
8. พัฒนาความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้ การใช้แหล่งเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนในสหวิทยาเขตและชุมชน
9. พัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาในรูปของคณะบุคคล
 10. พัฒนาและใช้ประโยชน์ของระบบข้อมูลสารสนเทศและการประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ
 11. สร้างความมั่นใจและหลักประกันการศึกษาให้กับผู้ปกครองและชุมชน
            12. กำหนดมาตรฐานเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
            13. จัดโครงสร้าง กระบวนการทำงาน ระบบการควบคุมการใช้ทรัพยากรอย่างประสิทธิภาพและประสิทธิผล
            14. ดำเนินการประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ปรัชญาของโรงเรียน
เรียนดี   มีวินัย   ใฝ่คุณธรรม
เรียน           หมายถึง ศึกษาเพื่อจดจำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ หรือความชำนาญ
ดี               หมายถึง ลักษณะที่เป็นไปในทางที่ต้องการ น่าปรารถนา น่าพอใจ
วินัย           หมายถึง ระเบียบสำหรับกำกับความประพฤติให้เป็นแบบแผนอันหนึ่ง
      อันเดียวกัน และใช้กำกับกลุ่มบุคคล เพื่อให้เกิดความเป็นระบบและ
      ระเบียบ
ใฝ่             หมายถึง มุ่งหวัง ผูกพัน เอาใจใส่อยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยเฉพาะ
คุณธรรม     หมายถึง สภาพคุณงามความดี ซึ่งต้องปฏิบัติให้ถึงพร้อมทั้งกาย วาจา  ใจ    
                                สรุปโดยรวมแล้ว เรียนดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม หมายถึง   การเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยความตั้งใจ และขยันหมั่นเพียร   เพื่อไปสร้างประโยชน์ในทางที่ดีงาม เหมาะสมและเป็นเรื่องที่พอใจแก่สังคมและตนเอง โดยมีฐานรองรับคือ ระเบียบวินัย    ซึ่งเป็นตัวกำกับความประพฤติ เช่น การตรงต่อเวลา รับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ   คุณธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จ   และเป็นมงคลแก่ตนเองในการดำรงชีวิตอย่างสงบสุข โดยใช้ความรู้ความเข้าใจไหวพริบปฏิภาณ เพื่อให้ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยดี 
 
 
สัญลักษณ์
 
 
 
ความหมาย
รูปคบเพลิง                        หมายถึง               แสงสว่างแห่งความรู้ที่แผ่กระจายไปไม่มีที่สิ้นสุด
รัศมีแห่งคบเพลิง               หมายถึง               ความรู้ที่แตกฉานไปทั่วทุกสารทิศทุกสาขาวิชา 
                                                                    สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
ปีก 2 ข้าง                            หมายถึง                ความแข็งแกร่งแห่งวิชาความรู้ที่ได้รับจาก
                                                                    สถานศึกษาแห่งนี้ สามารถนำพาชีวิตไปสู่โลก 
                                                                    กว้างไกลได้อย่างมั่นใจ     
ต้นไม้ประจำโรงเรียน      หมายถึง              ต้นไทร ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น ให้ร่มเงา    
                                                                  และความร่มเย็นเป็นที่พักพิงอาศัยของผู้คนที่ผ่านไปมา 
เพลงประจำโรงเรียน        หมายถึง                               เพลง มาร์ชถนอมพิศ   
สีประจำโรงเรียน                หมายถึง                สีเหลือง – สีแดง
สีเหลือง                               หมายถึง               ความประพฤติดี ความมีจริยธรรมดี  ความมีคุณธรรมดี
และเป็น สีแห่งธรรมะ พร้อมที่จะให้ความรัก
 และอภัยแก่ทุกคน
สีแดง                                     หมายถึง                ความสว่างไสวของสติปัญญาที่จะนำความรู้ไปพัฒนาให้สังคมมี
ความเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต และเป็นสีที่แสดงถึงความกล้าหาญ     แสดงออกถึงความสามารถในการประสานงานในทุก ๆ ด้าน
เป้าหมายของการพัฒนา
1. นักเรียนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม   มีระเบียบวินัย มีมารยาทงามตามแบบไทย    และเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทย
2. นักเรียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
3. นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางวิชาการที่ดี มีทักษะการคิด ทักษะการทำงาน ทักษะการแก้ปัญหามีสุนทรียภาพทางศิลปะ ดนตรี กีฬา มีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
4. นักเรียนมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี
5. นักเรียนมีพัฒนาการครบทั้ง 4 ด้าน ด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคมและสติปัญญา มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เหมาะสมกับวัย
6. ครูมีความรู้ความเข้าใจ สามารถจัดการสอนตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้ผลการประเมินและผลการวิจัยในชั้นเรียนมาพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
7. ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพ
8. ผู้บริหารได้รับการพัฒนาศักยภาพทางการบริหารและวิชาการให้มากขึ้น
9. โรงเรียนมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีสื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพียงพอและมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
10.โรงเรียนมีระบบบริหาร การจัดการที่มีคุณภาพ
11.โรงเรียนมีระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบวัดผลที่ครอบคลุม ทันสมัยและทันต่อการใช้งาน
12.โรงเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง และชุมชน เปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนจนเป็นที่ยอมรับและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
     เมื่อครูผ่านไปแล้วจึงจะเดินต่อไป
    ๕.เมื่อครูยืนอยู่กับที่ นักเรียนจะเดินผ่าน ให้ก้มตัวเล็กน้อย
    ๖.ขณะเข้าห้องเรียน เดินผ่านครู ให้ก้มตัวเล็กน้อย
    ๗.เมื่อเข้าโรงเรียน หรือออกจากโรงเรียนกลับบ้าน เดินผ่านครูเวรประจำวัน ให้นักเรียน "ไหว้"
   ๘.เมื่อจบเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี หรือเพลงสดุดีมหาราชา ให้ "คำนับ"
   ๙.ขณะอยู่ในเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ให้ทำวันทยาหัตถ์ ต่อครู
   ๑๐.ขณะนั่งอยู่ในยวดยานพาหนะ ถ้าไหว้ได้ควรจะไหว้
   ๑๑.ไหว้พระภิกษุ-สามเณร-นักบวช ตามประเพณี
   ๑๒.ในห้องเรียน เมื่อหัวหน้าห้องกล่าว "นักเรียน...เคารพ" ให้นักเรียนยืนตรง
   แล้วไหว้ และพูดว่า "สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" เมื่อได้รับอนุญาตให้นั่ง จึงนั่งลง
   ๑๓.ขณะอยู่ในแถว ให้หัวหน้าห้อง หรือรองหัวหน้าห้องใช้คำสั่งว่า "แถวตรง"
   ๑๔.นักเรียนทุกคนต้องไหว้ทุกครั้งก่อนจะจากครู
   ๑๕.พ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมที่จะอบรมสั่งสอนบุตร ให้ไหว้ครู ผู้ใหญ่
การทำความเคารพแสดงให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัย และเป็นผู้มีมารยาทเรียบร้อย ซึ่งทำให้เกิดความรักใคร่นับถือซึ่งกันและกัน
 
ระเบียบการเข้าแถวเคารพธงชาติ
    ๑.นักเรียนต้องมาโรงเรียนให้ทันเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ (๘.๑๐ น.)
    ๒.เมื่อเสียงกลองดุริยางค์ดังขึ้น ให้นักเรียนหยุดกิจกรรมต่างๆ และรีบมาเข้าแถวให้เป็นระเบียบ
    ๓.เมื่อเสียงกลองดุริยางค์จบลง นักเรียนต้องอยู่พร้อมกันในแถวทั้งหมด
    ๔.การเข้าแถวจะต้องเรียบร้อย เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้านักเรียนและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
    ๕.ร่วมกันร้องเพลงชาติ ให้เสียงดัง และถูกต้องโดยพร้อมเพรียง
   ๖.ตั้งใจให้มีสมาธิและสวดมนต์ไหว้พระ ให้พร้อมเพรียงด้วยความเคารพบูชา
    ๗.ให้กล่าวคำปฏิญาณ โดยพร้อมเพรียงด้วยเสียงอันดัง
    ๘.นักเรียนต้องฟังโอวาท คำชี้แจงข้อปฏิบัติจากครูที่ได้รับมอบหมายด้วยความสงบและสำรวม
    ๙.เมื่อครูอนุญาตให้เข้าห้องเรียน ต้องเดินแถวเข้าห้องเรียนอย่างมีระเบียบและไม่พูดคุยเล่น หรือเดินออกนอกแถว
ระเบียบปฏิบัติขณะอยู่ในชั่วโมงเรียน
    ๑.ขณะอยู่ในหองเรียนนักเรียนต้องรักษาความเป็นระเบียบ ตั้งใจเรียน ไม่คุยหรือเล่นในห้องเรียนไม่ลุกจากที่นั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ทำเสียงอึกทึกรบกวนชั้นเรียนอื่นๆ ที่กำลังเรียนอยู่
    ๒.ขณะที่เรียนวิชาหนึ่ง วิชาใดห้ามนำวิชาอื่นมาทำ หรือดูหรือลอก
    ๓.ห้ามใช้โทรศัพท์ และเล่นเกมในระหว่างเวลาเรียน
    ๔.การเข้าหรือออกจากห้องเรียนขณะมีครูอยู่ต้องขออนุญาตครูทุกครั้ง
    ๕.ไม่วิ่งหรือเล่น บนอาคารเรียนและห้องเรียน
    ๖.ขณะเปลี่ยนคาบเรียน ช่วงเปลี่ยนคาบเรียน ห้ามนักเรียนออกนอกห้องเรียน ให้นักเรียนเตรียมหนังสือ หรืออุปกรณ์การเรียนที่จะเรียนในคาบต่อไปให้พร้อม และรอครูด้วยความเรียบร้อยห้ามส่งเสียงอึกทึกรบกวนชั้นเรียนอื่น
    ๗.ในระหว่างเวลาเรียน นักเรียนต้องอยู่ในห้องเรียน จะไปอยู่สถานที่ใดๆนอกห้องเรียนไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากครูผู้สอน
 
 
 
การลาหยุด การขาดเรียน การมาสายและการออกนอกบริเวณโรงเรียน
      การลาหยุด
              ๑. ในกรณีที่นักเรียนมีเหตุจำเป็นต้องหยุดเรียนเพื่อทำธุระส่วนตัว ป่วย ฯลฯ ให้นักเรียนเขียนใบลาแจ้งแก่ครูที่ปรึกษาเพื่อทราบล่วงหน้า หรือหลังจากมาเรียนในวันแรกของการหยุดเรียน
      การขาดเรียน
                ๑.ห้ามนักเรียนขาดเรียนโดยเด็ดขาด
                ๒.การขาดเรียนบ่อยๆ เป็นปกติถือว่า “เป็นความประพฤติที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน”
     การมาสาย
                 ๑.การมาสายเป็นประจำถือว่า “เป็นความประพฤติที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน”นักเรียนทุกคนต้องมาโรงเรียน นักเรียนต้องมาให้ทันเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ
                 ๒.นักเรียนที่มาสายขณะที่กำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ ต้องเข้าแถวสาย ณ จุดที่โรงเรียนกำหนด
             ๔.นักเรียนที่มาไม่ทันเข้าห้องเรียนหลังเวลา ๘.๔๕ น จะถูกลงโทษโดยครูเวรตามความเหมาะสม
             ๓.นักเรียนที่มาไม่ทันเข้าห้องเรียนหลังเวลา ๘.๔๕ น เป็นประจำจะถูกตัดคะแนนความประพฤติ(คุณลักษณะอันพึงประสงค์)
 
การรับ-ส่งนักเรียน
๑.ผู้ปกครองที่ขับรถมาส่งนักเรียนในตอนเช้า ให้จอดรถส่งที่จุดจอดรถที่โรงเรียนกำหนด
๒.ผู้ปกครองจะต้องมารับ-ส่งด้วยตนเองทุกครั้ง ถ้ากรณีมารับด้วยตนเองไม่ได้ ต้องแจ้งให้โรงเรียนทราบทุกครั้ง
๓.การรับนักเรียนกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียนผู้ปกครองจะต้องติดต่อฝ่ายธุรการทุกครั้ง
๔.ผู้ปกครองที่มาเยี่ยมนักเรียนในช่วงเวลาเรียน ต้องติดต่อฝ่ายธุรการทุกครั้ง
 
 
 
 
 
ห้องสมุดโรงเรียนถนอมพิศวิทยา เปิดบริการตั้งแต่เวลา          07.00 – 17.00 น.
ทุกวันที่โรงเรียนเปิดทำการสอน นักเรียนทุกคนมีสิทธิ์เข้ามาใช้ในห้องสมุด
 
ห้องสมุดแบ่งเป็น 2 ส่วน
1.       ส่วนสันทนาการ - เกมให้อิสระนักเรียนในการอ่าน เล่น
2.       ส่วนศึกษาค้นคว้า   จะเป็นส่วนที่จัดไว้สำหรับให้นักเรียนศึกษา
ค้นคว้าข้อมูล        และอ่านหนังสือ
นักเรียนที่ต้องการใช้บริการยืมหนังสือออกจากหนังสมุดต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน
สมาชิกห้องสมุด
1.อายุการเป็นสมาชิตลอดปีการศึกษา
2.บัตรสมาชิกใช้ได้เฉพาะบุคคล ถ้าผู้อื่นนำมาใช้จะถูกยึด
3. บัตรหารให้ทำบัตรใหม่เสียค่าบริการ 10 บาท
การยืมหนังสือออกจากห้องสมุด
1.       นักเรียนยืมได้ครั้งละไม่เกิน 3 เล่ม หรือมีหนังสือที่ยืมอยู่ในครอบครอง ยืมได้เป็นเวลา 3 วัน ยืมหนังสือเกินกำหนดปรับเล่มละ 1 บาท
2.       หนังสือหาย และทำบัตรหายต้องรีบแจ้งให้บรรณารักษ์ทราบ   
3.       ให้นักเรียนยืม V C D   หรือ D V Dได้ไม่เกินครั้งละ 2 แผ่น
 
 
 
บริการของห้องสมุด
1.       บริการอ่านเสรี
2.       บริการตอบคำถาม และช่วยค้นคว้า
3.       แนะนำการใช้ห้องสมุด และค้นคว้าด้วยตนเอง
4.       บริการค้นหาหนังสือจากระบบคอมพิวเตอร์
5.       บริการห้องสมุดคลื่นเสียง
มารยาทในการใช้ห้องสมุด
1.       แต่งกายสภาพเรียบร้อย
2.       ไม่นำสิ่งของหรือกระเป๋า ตำราเรียนเข้าไปในห้องสมุด ให้วางวืที่ชั้นวางของหน้าห้องสมุด
3.       ห้ามนำขนมหรือเครื่องดื่มมารับประทานในห้องสมุด
4.       ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
5.       ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสิ่งของก่อนออจากห้องสมุดทุกครั้ง
ระเบียบโรงเรียนถนอมพิศวิทยา
ว่าด้วยเกณฑ์ความประพฤติ และการลงโทษนักเรียน
 
                อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 31(1) และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงลงโทษนักเรียน และนักศึกษา พ.ศ.2548 โรงเรียนถนอมพิศวิทยาได้วางระเบียบว่าด้วยเกณฑ์ความประพฤติของนักเรียน และบทลงโทษนักเรียนไว้
เพื่อให้ระเบียบของโรงเรียนถนอมพิศวิทยาว่าด้วยเกณฑ์คะแนนความประพฤติของนักเรียน และการลงโทษนักเรียน มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจน ยุติธรรม อันจะทำให้ผู้ปกครอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับรู้พฤติกรรมของนักเรียนเป็นระยะๆ เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ไขปรับปรุง พฤติกรรมของนักเรียน จึงกำหนดแนวปฏิบัติไว้ดังนี้
 
                ข้อ 1     ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบว่าด้วยเกณฑ์ความประพฤติของนักเรียน”
                ข้อ 2     ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป
                ข้อ 3     ให้ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนถนอมพิศวิทยารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
                ข้อ 4     ในระเบียบนี้
                                “ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อำนวยการ
                                “กระทำความผิด” หมายความว่า การที่นักเรียนประพฤติฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของ
 สถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของ
 นักเรียน และนักศึกษา
“การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนที่กระทำผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการ
 อบรมสั่งสอน
                ข้อ 5       โทษที่จะลงแก่นักเรียนที่กระทำความผิดมี 4 สถาน ดังนี้
(1)    ว่ากล่าวตักเตือน
(2)    ทำทัณฑ์บน
(3)    ตัดคะแนนความประพฤติ
(4)    ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ข้อ 6       ห้ามลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยคำนึงอายุของนักเรียน และความร้ายแรงพฤติการณ์ ประกอบการ
ลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียนให้เป็นไปเพื่อเจตนาเพื่อแก้นิสัย และความประพฤติไม่ดี
ของนักเรียนให้รู้จักสำนึกในความผิด และกลับประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป
ให้ผู้บริหารโรงเรียน หรือสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียน หรือสถานศึกษา
มอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจในกรณีลงโทษนักเรียน
                ข้อ 7       ระดับความผิดขอนักเรียนมี 3 ระดับดังนี้
(7.1)       ความผิดขั้นเบา ได้แก่
7.1.1          มาโรงเรียนสายด้วยเหตุผลที่ไม่สมควร
7.1.2          แต่งกายผิดระเบียบว่าด้วยการแต่งกาย
7.1.3          หลบหนี ละเลย หลีกเลี่ยงไม่เข้าแถว
7.1.4          ขาดเรียนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
7.1.5          พูดคำหยาบ ไม่สุภาพ
7.1.6          ไม่สนใจเรียน ไม่มีหนังสือ อุปกรณ์ในการเรียน
7.1.7          ก่อกวน รบกวน สมาธิการเรียนของผู้อื่น เช่น วิ่งเล่น ส่งเสียงดัง รบกวนการเรียนในห้องเรียน
7.1.8          ไม่เก็บภาชนะหลังรับประทานอาหารเสร็จ
7.1.9          ไม่ให้ความร่วมมือต่อกิจกรรมส่วนรวม
7.1.10      เล่นคุยหรือกระทำการใดๆ ในขณะร่วมพิธีกรรมของโรงเรียน
7.1.11      ไม่ขึ้นรถโรงเรียน แต่ไม่แจ้งครูติดรถ
7.1.12      รับประทานอาหาร หรือนำอาหารไปทานบนอาคารเรียน
(7.2)          ความผิดขั้นกลาง
7.2.1          เล่นการพนันในรูปแบบต่างๆ
7.2.2          ทะเลาะวิวาทระหว่างคู่กรณีสองต่อสอง
7.2.3          ก้าวร้าว รังแกเพื่อนักเรียนเป็นประจำ
7.2.4          กระด้าง กระเดื่อง ต่อครู – อาจารย์ สั่งในทางถูกต้องแล้วไม่ปฏิบัติตาม
7.2.5          ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน โดยการเขียนข้อความบนโต๊ะ ผนัง ม้านั่ง หรือสิ่งก่อสร้าง ทำลายต้นไม้ของโรงเรียน (ต้องชดใช้ค่าเสียหาย)
7.2.6          ประพฤติตนทำนองชู้สาวแต่ไม่ร้ายแรง
7.2.7          ผู้ปกครองไม่มาพบตามหนังสือเชิญ
7.2.8          หลบหนีโรงเรียน
(7.3)          ความผิดขั้นร้ายแรง
7.3.1          เล่นการพนันในรูแบบต่างๆ ครั้งที่ 2
7.3.2          ทะเลาะวิวาทเป็นกลุ่ม เป็นหมู่ หรือทำร้ายร่างกาย
7.3.3          กระด้าง กระเดื่องต่อ ครู – อาจารย์ สั่งในทางถูกต้องแล้วไม่ปฏิบัติตาม ครั้งที่ 2
หรือลงมือทำร้าย ครู – อาจารย์
7.3.4          ลักขโมยของเพื่อน ขู่กรรโชกทรัพย์
7.3.5          มีพฤติกรรมชู้สาว ล่วงเกินทางเพศ
7.3.6          นำอาวุธเข้ามาในโรงเรียน
ข้อ 8       ให้นักเรียนทุกคนคะแนนความประพฤติเต็ม 100 คะแนน
ข้อ 9       ระดับความผิด และการลงโทษนักเรียน
9.1   ความผิดขั้นเบา และการลงโทษ
9.1.1 กระทำผิดครั้งแรกให้ว่ากล่าวตักเตือน
9.1.2 กระทำผิดครั้งที่ 2 ให้อบรม และทำทัณฑ์บน
9.1.3 กระทำครั้งที่ 3 ตัดคะแนนความประพฤติ 5 คะแนน
                                9.2 ความผิดขั้นกลาง และการลงโทษ
                                       9.2.1 ว่ากล่าวตักเตือน
                                       9.2.2 อบรม และทำทัณฑ์บน
                                       9.2.3 ตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน
                                9.3 ความผิดขั้นร้ายแรง และการลงโทษ
                                        9.3.1 อบรม
                                        9.3.2 ตัดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน
                ข้อ 10           การดำเนินการเมื่อตัดคะแนนความประพฤติรวมถึงระดับต่างๆ ให้ดำเนินการดังนี้
10.1   ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวมเกิน 15 คะแนน
10.1.1 มีหนังสือแจ้งผู้ปกครองทราบ
                                        10.2 ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวมเกิน 25 คะแนน
                                                 10.2.1 หนังสือเชิญผู้ปกครองรับทราบ
                                        10.3 ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวมกันเกิน 35 คะแนน
         10.3.1 มีหนังสือเชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บน
         10.3.2 ลงโทษให้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์
10.4 ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวมเกิน 70 คะแนน
         10.4.1 มีหนังสือเชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บน                       
                                                 10.4.2 ลงโทษให้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์
                                                 10.4.3 ตัดคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านวินัย
                                       10.5 ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวมเกิน 80 คะแนน
                                                   10.5.1 ไม่ผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านวินัย
                ข้อ 11             ให้ครู – อาจารย์ มีอำนาจในการขอเพิ่มคะแนนความประพฤติ ในการทำความดี
        โดยชอบของนักเรียนได้ดังนี้  
11.1    กล่าวยกย่องชมเชย
11.2    แจ้งเพิ่มคะแนนความประพฤตินักเรียนโดยเขียนเป็นหลักฐาน แจ้งต่อครู
          ฝ่ายปกครอง เพื่อพิจารณาเพิ่มเติมต่อไป
11.3    เสนอรายชื่อเพื่อรับเกียรติบัตร
การพิจาณาขั้นความดี
                                        ความดีขั้นที่ 1 (5 คะแนน) ได้แก่
-          เก็บเศษกระดาษ
-          ช่วยครูทำงาน
-          ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมพิเศษ
-          แจ้งข้อมูลนักเรียนที่ทำความผิดขั้นเบา และขั้นกลางให้ครู/ครูฝ่ายปกครองทราบ
-          และอื่นๆ ตามที่ครูฝ่ายปกครองเห็นชอบ
ความดีขั้นที่ 2 (10 คะแนน) ได้แก่
-          เก็บสิ่งของได้นำส่งครูประกาศหาเจ้าของ
-          แจ้งข้อมูลนักเรียนที่ทำความผิดขั้นร้ายแรงให้ครู / ครูฝ่ายปกครองทราบ
-          และอื่นๆ ตามที่ฝ่ายปกครองเห็นชอบ
ข้อ 12             การพิจารณาลงโทษนักเรียนกรณีที่นักเรียนถูกตัดคะแนนความประพฤติเกินกว่า
                        70 คะแนน ให้ทำความดีเข้ามาพิจารณาประกอบด้วย และการให้โอกาสนักเรียน
                        ในการแก้ไข
การขอเปลี่ยนประวัตินักเรียน
1. ผู้ปกครองนำเอกสารใบเปลี่ยนชื่อ(คร.3)มาให้ที่ฝ่ายธุรการ 2 ชุด
2. ฝ่ายธุรการทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลชื่อตามเอกสารลงในระบบไทยเทอม แล้วแจ้งครูประจำชั้นกับฝ่ายทะเบียน
3. ฝ่ายทะเบียนแก้ไขทะเบียนนักเรียน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                     โรงเรียนถนอมพิศวิทยา
                                                                                                                                เขตวังทองหลาง
                                                                                                                                 กรุงเทพมหานคร  10310
ใบลาออกนักเรียน
 
                                                                                                วันที่ ............... เดือน ......................... พ.ศ. .................
 
เรื่อง        ขอลาออก
เรียน       ผู้อำนวยการโรงเรียนถนอมพิศวิทยา
 
                                เนื่องด้วยข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว .................................................................................................
ผู้ปกครองของ เด็กชาย/เด็กหญิง ....................................................... นามสกุล ...........................................................
เกิดวันที่ ................................................ ชั้น ............. /.............. ปีการศึกษา ................ เลขประจำตัว ........................
เลขประจำตัวประชาชน ...............................................เข้าเรียนในโรงเรียนถนอมพิศวิทยาเมื่อ ..................................
ชื่อบิดา ......................................................................... นามสกุล ................................................................................
ชื่อมารดา ..................................................................... นามสกุล ................................................................................
ที่อยู่ของผู้ปกครอง บ้านเลขที่ ..................................... หมู่ ....................... ซอย .........................................................
แขวง/ตำบล ................................................... เขต/อำเภอ ........................................... จังหวัด ...................................
เบอร์โทรที่ติดต่อสะดวก ..............................................................................................................................................
ไปศึกษาต่อที่โรงเรียน .................................................. เขต/อำเภอ .................................. จังหวัด .............................
                                เหตุผลที่ลาออก .................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
 
                                                                                                                ขอแสดงความนับถือ
 
                                                                                (ลงชื่อ) ...............................................................
                                                                                                         (ผู้ปกครอง / ผู้แจ้งลาออก)
 
หมายเหตุ
-          รูปถ่ายชุดนักเรียน ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป (แต่งกายชุดนักเรียนโรงเรียนถนอมพิศวิทยา 
       ไม่ใช่ชุดลูกเสือ , เนตรนารี)
………………………………………………………………………………………………………………………..
 
นัดรับเอกสารวันที่ ........................... เดือน .............................................. พ.ศ. ..............................
(ลงชื่อ) ......................................................................... เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้ง
................................/.............................../.............................
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1.ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการแก้ปัญหา
4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
  
 
 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน                          
1.รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2.ซื่อสัตย์สุจริต
3.มีวินัย
4.ใฝ่เรียนรู้
5.อยู่อย่างพอเพียง
6.มุ่งมั่นในการทำงาน
7.รักความเป็นไทย
 
 
 
 
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประกอบด้วย
1.กิจกรรมแนะแนว
2.กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
3.กิจกรรมชมรม
4.กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
 
 
 
 
 

8.มีจิตสาธารณะ

รายวิชาที่เรียนตามหลักสูตร ประกอบด้วย
1.ภาษาไทย
2.คณิตศาสตร์
3.วิทยาศาสตร์
4.สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
5.ประวัติศาสตร์
6.สุขศึกษาและพลศึกษา
7.ว่ายน้ำ
8.ดนตรี นาฏศิลป์
9.ศิลปะ
10.งานบ้านงานประดิษฐ์
11.คอมพิวเตอร์
 12.ภาษาอังกฤษ
การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ ประกอบด้วย
                1.การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการรู้ภาษาต่างประเทศ
                2.การวัดและการประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรได้ แก่ คุณลักษณะด้าน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ
                3.การวัดและประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่านหนังสือ ตำราเรียน เอกสารและสื่อต่างๆ เพื่อค้นหาและหรือเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ สามารถนำมาคิดสรุปเป็นความรู้ความเข้าใจของตนเอง สามารถแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ด้วยการเขียนที่มีสำนวนภาษาถูกต้อง
                4.การวัดและประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการวัดและประเมินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และผลงานของผู้เรียนจากการเข้าร่วมกิจกรรม
 
 
การตัดสินผลการเรียน
                การตัดสินผลการเรียนจำแนกตามประเภทของการวัดและการประเมินผล ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1.การวัดและการประเมินผล 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตัดสินผลการเรียนออกเป็น 8 ระดับคุณภาพดังนี้
                                4             หมายถึงผลการเรียนดีเยี่ยม                               ได้คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป
                                3.5          หมายถึงผลการเรียนดีมาก                                ได้คะแนนร้อยละ 75 – 79
                                3              หมายถึงผลการเรียนดี                                        ได้คะแนนร้อยละ 70 – 74
                                2.5          หมายถึงผลการเรียนค่อนข้างดี                        ได้คะแนนร้อยละ 65 – 69
                                2              หมายถึงผลการเรียนน่าพอใจ                           ได้คะแนนร้อยละ 60 – 64
                                1.5          หมายถึงผลการเรียนพอใช้                                ได้คะแนนร้อยละ 55 – 59
                                1              หมายถึงผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ             ได้คะแนนร้อยละ 50 – 54
                                0              หมายถึงผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ         ได้คะแนนร้อยละ 0 – 49
                2.การวัดและประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัดสินผลการเรียนเป็น “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน”
                3.การวัดและประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ตัดสินผลการเรียนเป็น “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน”
                4.การวัดและประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตัดสินผลการเรียนเป็น “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน”
การเลื่อนชั้น
                นักเรียนที่จะได้เลื่อนชั้น ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ต่อไปนี้
1.ผู้เรียนมีเวลาเรียนตลอดปีการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด
2.ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านทุกรายวิชาพื้นฐาน
3.ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
การซ้ำชั้น
                นักเรียนจะต้องซ้ำชั้นเรียนเมื่อนักเรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น หรือไม่ผ่าน การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน ไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไม่ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ตลอดปีการศึกษา
การจบหลักสูตร
                นักเรียนที่จบหลักสูตรต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ต่อไปนี้
1.ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด
2.ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
3.ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
4.ผู้เรียนมีผลผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
5.ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด
 
 
ระเบียบการสอบและคลังข้อสอบ
                เพื่อให้การสอบซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตลอดจนการจัดทำคลังข้อสอบดำเนินไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการปฏิบัติของผู้กำกับการสอบ พ.ศ.2548 ฝ่ายวิชาการจึงวางระเบียบไว้ดังนี้
                ข้อ 1 ระเบียบนี้ชื่อ “ระเบียบการสอบ และคลังข้อสอบ”
                ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไป
                ข้อ 3 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับการสอบปลายภาค / ปลายปี ของนักเรียนระดับชั้นปีที่ 1 – 6
                ข้อ 4 ให้หัวหน้าฝ่ายวิชาการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
                                                                                หมวดที่ 1 ข้อสอบ
                ข้อ 5 ให้ครูผู้สอนออกข้อสอบตามจำนวน และหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยฝ่ายวิชาการ เสนอต่อหัวหน้าฝ่ายวิชาการตามวัน และเวลาที่ฝ่ายวิชาการกำหนด
                ข้อ 6 ให้หัวหน้าฝ่ายวิชาการ และเจ้าหน้าที่วัดและประเมินผลจัดทำต้นฉบับข้อสอบ และเก็บรักษาไว้เป็นความลับ
                ข้อ 7  ช่วงระยะเวลาโรเนียวชุดข้อสอบห้ามมิให้ครู และบุคลากรที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าห้องโรเนียว และห้ามมิให้เจ้าหน้าที่โรเนียวนำเอกสารใด ๆ ออกจากห้องโรเนียว
หมวดที่ 2 การจัดสอบ
                ข้อ 8 การจัดเก็บข้อสอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่วัดและประเมินผล และดูแลกำกับโดยหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ณ ห้องวิชาการ
                ข้อ 9 ให้ฝ่ายวิชาการจัดทำเอกสารควบคุมการเบิกจ่ายข้อสอบ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่วัดและประเมินผล หรือผู้ที่หัวหน้าฝ่ายวิชาการมอบหมายรับผิดชอบดูแลและควบคุมการเบิกจ่ายข้อสอบ
                ข้อ 10 ให้ฝ่ายวิชาการจัดตั้งคณะกรรมการกลางและกรรมการคุมสอบขึ้น โดยมีหัวหน้าฝ่ายวิชาการเป็นประธาน มีหน้าที่บริหารจัดการ และควบคุมการสอบ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ข้อ 11 ให้ฝ่ายวิชาการจัดทำเอกสารแจ้งหัวข้อ และเนื้อหาที่จะดำเนินการสอบให้นักเรียนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
ข้อ 12 ให้กรรมการกลางเบิกข้อสอบลงชื่อลงในเอกสารควบคุมการเบิกจ่ายทุกครั้ง หน้าที่ของกรรมการกลาง
                     12.1 จัดทำชุดแบบทดสอบตามจำนวนผู้เข้าสอบของแต่ละวิชา แล้วบรรจุแบบทดสอบ และกระดาษคำตอบใส่ซองตามจำนวนผู้เข้าสอบแต่ละห้องสอบ ล่วงหน้าก่อนวันสอบ 1 วัน
     12.2 จัดเก็บข้อสอบสำรองไว้ ณ ห้องวิชาการ วิชาละ 2 ชุด
     12.3 แจกซองแบบทดสอบและซองกระดาษคำตอบพร้อมใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบให้แก่
กรรมการคุมสอบ
     12.4 รับกระดาษคำตอบ ซองบรรจุแบบทดสอบ ตรวจสอบความเรียบร้อยและนับจำนวนให้ถูกต้อง ต่อหน้ากรรมการคุมสอบ
     12.5 จัดแยกแบบทดสอบของนักเรียนที่ขาดสอบ
     12.6 นำกระดาษคำตอบ ซองบรรจุแบบทดสอบ ใบเซ็นชื่อเข้าสอบ และแบบทดสอบของนักเรียนที่ขาดสอบ ส่งฝ่ายวิชาการ
 
                ข้อ 13 กรรมการคุมสอบต้องปฏิบัติดังนี้ 
     13.1 ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับการสอบไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาเริ่มสอบตามสมควร หากไม่สามารถปฏิบัติได้ด้วยเหตุผลใดๆ ให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบโดยด่วน
     13.2 กำกับการสอบให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ไม่อธิบายคำถามใดๆ ในข้อสอบแก่ผู้เข้าสอบ
     13.3 ให้กรรมการกลางนำเอกสารรายชื่อนักเรียนประจำห้องสอบให้กรรมการคุมสอบเพื่อให้นักเรียนที่เข้าสอบลงชื่อ
     13.4 ไม่กระทำการใดอันเป็นการรบกวนแก่ผู้เข้าสอบรวมทั้งไม่กระทำการใดๆอันเป็นการ
ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการคุมสอบห้องสอบไม่สมบูรณ์
     13.5 แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยตามแบบที่โรงเรียนกำหนด หากกรรมการคุมสอบไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาความผิดและลงโทษตามควรแก่กรณี
     13.6 กรรมการคุมสอบมีความประมาทเลินเล่อ หรือจงใจ ละเว้น หรือรู้เห็นแล้วไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่รายงานต่อหัวหน้าจนเป็นเหตุให้มีการทุจริตในการสอบขึ้น ถือว่าเป็นการประพฤติผิดวินัยร้ายแรง
     13.7 เมื่อการสอบสิ้นสุดลงให้กรรมการคุมสอบจัดเก็บชุดข้อสอบ และกระดาษคำตอบของนักเรียนโดยจะต้องดูแลความเรียบร้อย และตรวจนับจำนวนชุดข้อสอบ บันทึกลงในซองข้อสอบพร้อมบันทึกจำนวนชุดข้อสอบ กระดาษคำตอบของนักเรียนลงในหน้าซองข้อสอบ
     13.8 ให้เจ้าหน้าที่ / กรรมการกลางที่รับผิดชอบรับข้อสอบตรวจสอบจำนวนชุดข้อสอบให้ถูกต้องพร้อมลงชื่อบนหน้าซองข้อสอบ
     13.9 รับ – ส่งแบบทดสอบ กระดาษคำตอบ และเอกสารเกี่ยวกับการสอบจากรรมการกลาง
     13.10 ดูแลความเรียบร้อยของห้องสอบ เพื่อให้การสอบเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส
     13.11 กำกับการสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ
     13.12 รายงานการคุมสอบให้ประธานกรรมการสายชั้น (หัวหน้าสาย)/กรรมการกลาง ทราบ
                ข้อ 14 ผู้เข้าสอบต้องปฏิบัติดังนี้
     14.1 การแต่งกายให้แต่งเครื่องแบบนักเรียน
                   14.2 ผู้เข้าสอบควรไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาเริ่มสอบตามสมควร ผู้ใดไปไม่ทันเวลาลงมือสอบวิชาใดไม่มีสิทธิ์เข้าสอบวิชานั้น แต่สำหรับการสอบวิชาแรกในตอนเช้าของแต่ละวัน ผู้ใดเข้าห้องสอบหลังจากเวลาลงมือสอบแล้ว 15 นาที จะไม่ได้รับอนุญาตให้สอบวิชานั้น 
เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้อยู่ในดุลพินิจของประธานดำเนินการสอบของแต่ละสายชั้นพิจารณาอนุญาต
     14.3 ไม่เข้าห้องสอบก่อนได้รับอนุญาต
     14.4 ไม่นำเอกสาร เครื่องอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ เข้าไปในห้องสอบ
     14.5 นั่งตามที่กำหนดให้ จะเปลี่ยนที่นั่งก่อนได้รับอนุญาตไม่ได้
     14.6 ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวกับการสอบและคำสั่งของกรรมการคุมสอบโดยไม่ทุจริตการสอบ
     14.7 มิให้ผู้อื่นคัดลอกคำตอบของตน รวมทั้งไม่พูดคุยกับผู้ใดในเวลาสอบ เมื่อมีข้อสงสัยหรือมีความจำเป็นให้แจ้งแต่กรรมการคุมสอบ
     14.8 ไม่นำกระดาษสำหรับเขียนคำตอบที่ผู้กำกับการสอบแจกให้ออกไปจากห้องสอบ
     14.9 ผู้เข้าสอบกระทำการฝ่าฝืนข้อปฏิบัติข้อที่ 14.1 – 14.9 หรือพยายามทุจริตในการสอบวิชาใดให้กรรมการคุมสอบว่ากล่าวตักเตือน
                                ถ้าการกระทำในวรรคแรกเข้าข่ายร้ายแรง เมื่อได้สอบสวนแล้วประธานกรรมการหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสอบ สั่งไม่ตรวจคำตอบ และถือว่าผู้นั้นสอบไม่ผ่านวิชานั้นในการสอบคราวนั้น
      14.10 ผู้เข้าสอบผู้ใดกระทำการทุจริตในการสอบวิชาใด เมื่อได้สอบสวนแล้วประธานกรรมการหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสอบ สั่งไม่ตรวจคำตอบ และถือว่าผู้นั้นสอบไม่ผ่านวิชานั้นในการสอบคราวนั้น
     14.11 ในกรณีทุจริตในการสอบด้วยวิธีคัดลอกคำตอบระหว่างผู้เข้าสอบด้วยกันให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เข้าสอบนั้น ได้สมคบกันกระทำการทุจริต
หมวดที่ 3 การตรวจข้อสอบ
                ข้อ 15 หลังการสอบเสร็จสิ้นให้ผู้สอนเบิกข้อสอบ และตรวจให้คะแนนด้วยความรอบคอบให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่ฝ่ายวิชาการกำหนด
                ข้อ 16 ให้ครูประจำชั้นรวบรวมคะแนนการสอบจากครูพิเศษบันทึกลงในแบบบันทึกผลการพัฒนาผู้เรียน ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยก่อนนำส่งงานวัดและประเมินผล
หมวดที่ 4 คลังข้อสอบ
                ข้อ 17 ให้หัวหน้าฝ่ายวิชาการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการอย่างน้อยหนึ่งคนรับผิดชอบบันทึกข้อสอบมาตรฐานลงในคลังข้อสอบ
                ข้อ 18 ให้หัวหน้าฝ่ายวิชาการแต่งตั้งครูซึ่งมีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ดี ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อสอบ และให้วิเคราะห์ข้อสอบให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
งานอนามัย
ระเบียบการใช้ห้องพยาบาล
               นักเรียนที่เจ็บป่วย ในขณะที่เรียนที่เรียนอยู่ในห้องเรียนหรือในบริเวณโรงเรียน   ต้องปฏิบัติตาม กฎของโรงเรียนดังนี้
1.ให้ครูผู้สอนประจำวิชาชั่วโมงที่กำลังเรียน เขียนใบส่งตัวนักเรียนที่ป่วย แล้วให้ผู้ป่วยถือมาส่งที่ห้องพยาบาลเพื่อรับการรักษาพยาบาล
2. ครูที่ทำการรักษาพยาบาล ต้องเขียนชื่อ – นามสกุล   ชั้น และอาการของนักเรียน ลงในสมุดบันทึกประจำวันที่ห้องพยาบาลที่จัดไว้
3. นักเรียนที่ป่วยมีไข้สูง จำเป็นต้องนอนพักในห้องพยาบาลให้ครูผู้สอนพามาส่งให้กับเจ้าหน้าที่พยาบาล
4 . เมื่อนักเรียนได้นอนพักผ่อนหายดี หรือทุเลาลงแล้ว ก็จะให้นักเรียนกลับเข้าเรียนตามปกติ
5. ถ้านักเรียนมีไข้สูง หรืออาการไม่ทุเลาลงแล้ว ก็จะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ และให้คำแนะนำผู้ปกครองไปพบแพทย์
6. กรณีที่นักเรียนป่วยมาจากบ้าน แล้วนำยามารับประทานที่โรงเรียน ให้นำยามาฝากไว้กับครูประจำชั้น เพื่อจะได้จัดยาให้รับประทานได้ตรงตามเวลา
 
การประกันอุบัติเหตุ
บริษัท สยามซิตี้   อินชัวร์รันส์     จำกัด
อัตราเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม)
ของนักเรียนโรงเรียนถนอมพิศวิทยา
ความคุ้มครอง
อุบัติเหตุทุกชนิดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกหนทุกแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียน เดินทางไป – กลับ     ระหว่างบ้าน กับโรงเรียน     ประกอบกิจกรรมในและนอกเวลาเรียน    ค้นคว้าทดลอง    เล่นกีฬา    ทัศนศึกษา    พักแรม ออกค่ายลูกเสือ     ท่องเที่ยว     หรือพักผ่อนอยู่กับบ้านหรือหอพัก การขับขี่ หรือโดยสารรถจักรยานยนต์   การถูกฆาตรกรรม และลอบทำร้าย   เป็นต้น
ข้อยกเว้น
        ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยธรรมดา   การติดเชื้อโรคที่มิได้เกิดจากอุบัติเหตุ การฆ่าตัวตายการกระทำอาชญากรรม ภัยสงคราม การจลาจล ละนัดหยุดงาน การทะเลาะวิวาท และการกระทำขณะตกอยู่ภายใต้อำนาจของสุรา หรือยาเสพติด การรักษารากฟัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตารางผลประโยชน์

                        ผลประโยชน์สำหรับนักเรียนแต่ละคน
ความคุ้มครอง
1.สูญเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ
100,000.-
2. สูญเสียอวัยวะ และสายตา 2 ข้าง
100,000.-
3.สูญเสียอวัยวะ และสายตา 1 ข้าง
50,000.-
4.ทุพพลภาพถาวร
100,000.-
5.มาตกรรม และลอบทำร้าย
100,000.-
6.การขับขี่ และซ้อนรถจักรยานยนต์
100,000.-
7.ค่ารักษาพยาบาลต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
    (จ่ายตามความเป็นจริงแต่ไม่เกิน)
10,000.-
8. เบี้ยประกันภัย/ คน/ ปี(รวมภาษีอากรแล้ว)
280.-

ระเบียบการใช้ห้องสารสนเทศ
1.       นักเรียนต้องลงชื่อก่อน และหลังการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกครั้ง
2.       ให้ใช้เฉพาะการศึกษาค้นคว้า และการทำรายงานเท่านั้น
3.       ห้ามเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ และดูการ์ตูน
4.       ห้ามเสียบแฟลชไดร์ก่อนได้รับอนุญาต
5.       ในกรณีที่เครื่องมีปัญหาการใช้งานให้นักเรียนติดต่อครูผู้ดูแลทุกครั้ง
6.       ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นในขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
7.       ให้ใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นคว้า 1 คน ต่อ 1 เครื่อง
เวลาเปิดทำการของห้องค้นคว้าสารสนเทศ
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 08.00 น. – 17.00 น.
ระเบียบการใช้บริการสระว่ายน้ำ
1. คุณสมบัติของครูที่จะสอนว่ายน้ำ
            1.1 เป็นครูโรงเรียนถนอมพิศวิทยา
                1.2 มีทักษะท่าว่ายน้ำ
                                - ท่าฟรีสไตล์                        - ท่าว่ายกรรเชียง                 - ท่าว่ายกบ
                                - ท่าว่ายผีเสื้อ                      - LIFE   SAVING
                1.3 มีประสบการณ์ในการสอนว่ายน้ำ
2. คุณสมบัติของผู้สมัครเรียนว่ายน้ำในคอร์สพิเศษ
            21. เป็นนักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา
                2.2 มีอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป
                2.3 สามารถรับรู้คำสั่งรู้เรื่อง
 
 
 
 
3. คุณสมบัติของนักเรียนที่จะสมัครเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ
3.1          เป็นนักเรียนโรงเรียนถนอมพิศวิทยา
3.2          มีอายุตั้งแต่ 4 ปี ขึ้นไป
3.3          นักเรียนจะต้องผ่านการทดสอบจากคณะกรรมการ
3.4          นักเรียน และผู้ปกครองมีความสมัครใจที่จะเป็นนักกีฬาและเสียสละที่จำทำการฝึกซ้อมในวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ในเวลา 17.00 – 20.00 น.และในวันเสาร์ – อาทิตย์ตามวันเวลาที่กำหนดตามความพร้อม
3.5               ผู้ปกครองยินยอมที่จะเสียค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 1,200 บาท
4.  การเปิดคอร์ส
                4.1          คอร์ส     10 วัน  เรียนวันจันทร์   วันพุธ   วันศุกร์
                                ค่าเรียน2,000 บาท ครู 1 คน/ นักเรียน 1 คน
                4.2          คอร์ส 10 วัน       เรียนวันอังคาร วันพฤหัสบดี
                                ค่าเรียน 2,800 บาท ครู 1 คน / นักเรียน 2 คน
                4.3          คอร์ส 10 วัน       เรียนวันเสาร์ วันอาทิตย์
                                ค่าเรียน 3,600 บาท ครู 1 คน / นักเรียน 3 คน
4.4               เปิดทำการสอนในเวลา
วันจันทร์ – วันศุกร์             เวลา 15.30 - 17.30 น.
วันเสาร์   - วันอาทิตย์       เวลา 09.00 - 18.00 น.
5.       การเปิดรับสมัครนักเรียนว่ายน้ำ
5.1   ต้องเป็นสมาชิกสระว่ายน้ำโรงเรียนถนอมพิศวิทยา หรือบุคคลภายนอก
5.2   ผู้รับสมัครจะต้องชำระเงิน และออกใบเสร็จให้กับผู้สมัคร
5.3   ผู้เรียนจะต้องสมัคร และชำระเงินในวันที่เริ่มเรียน
5.4   กรณีคอร์สใดมีผู้สมัครเต็มแล้ว ทางสระสามารถปิดรับสมัครก่อนกำหนดได้
5.5   ในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถสอนได้   เช่น   ฝนตกหนัก ฟ้าผ่า (ฟ้าแรง) ทางสระจะไม่ชดเชยให้
5.6   ทางสระสามารถแจ้งเลื่อนการเรียนกับผู้สมัคร        ถ้าไม่สามารถเปิดคอร์สเรียนได้
5.7   นำใบเสร็จที่สมัครเรียนว่ายน้ำ และบัตรประจำตัวมาแสดงทุกครั้งที่มาเรียนว่ายน้ำ
ข้อปฏิบัติก่อนลงสระ        
1.ถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องล็อกเกอร์
2.อาบน้ำทุกครั้งก่อนลงสระ
3.แต่งกายด้วยชุดว่ายน้ำทุกครั้ง
4.ห้ามมิให้ใส่เครื่องประดับที่ทำด้วยโลหะ
5. ผู้หญิงสวมหมวกทุกครั้งก่อนลงสระ
6. ผู้หญิงมีรอบเดือนก่อนลงสระ
7. ห้ามวิ่งเล่นบริเวณสระ
8.ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าสระ
9. ห้ามผู้เป็นโรคหัวใจ ผิวหนัง ภูมิแพ้ ลงสระ
10. ผู้ลงสระทุกท่านต้องรับผิดชอบตนเอง
กฎระเบียบปฏิบัติในการใช้ห้องคอมพิวเตอร์
1.ห้ามนักเรียนนำอาหาร และเครื่องดื่มทุกประเภทเข้ามาในห้องเรียน
2. นักเรียนต้องเก็บเก้าอี้ทุกครั้งเมื่อหมดคาบเรียน
3.ห้ามนักเรียนส่งเสียงดัง และวิ่งเล่นภายในห้องเรียน
4. ห้ามขูด ขีด เขียน ลงบนพื้นโต๊ะ และเครื่องคอมพิวเตอร์
5. ห้ามนักเรียนเข้าห้องก่อนได้รับอนุญาตจากครู
6.นักเรียนต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นคว้าหาความรู้และการเรียนเท่านั้น
7. การออกจากห้องเรียนในขณะอยู่ในเวลาเรียนต้องขออนุญาตครูทุกครั้ง
บทลงโทษ
- นักเรียนคนใดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบจะถูกงดใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ 10 นาที / คาบ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ระเบียบว่าด้วยการแต่งกายของนักเรียน
1.นักเรียนชาย
1.1.เสื้อ เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นไม่มีเกร็ดด้านหลัง ผ่าอกตลอดติดกระดุมสีขาว มีกระเป๋าบริเวณอกด้านขวา 1 ใบ บนกระเป๋าปักชื่อโรงเรียนด้วยไหมสีแดง หน้าอกด้านซ้ายปักชื่อ – นามสกุลด้วยไหมสีน้ำเงิน เหนือชื่อนักเรียน ชั้นป.1 ปักดาวสีแดง 1 ดวง   , ชั้นป.2 ปักดาวสีแดง 2 ดวง  , ชั้นป.3 ปักดาวสีแดง 3 ดวง , ชั้นป.4 ปักดาวสีน้ำเงิน 1 ดวง,   ชั้นป.5  ปักดาวสีน้ำเงิน 2 ดวง, ชั้นป.6 ปักดาวสีน้ำเงิน 3 ดวง
1.2. กางเกง   เป็นกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินผ้าโทเร มีกระเป๋าเฉพาะข้างละ 1 ใบ ตามแนวตะเข็บกางเกง ไม่มีกระเป๋าหลัง มีหูเข็มขัด
3.เข็มขัด ใช้เข็มขัดหนังสีดำขนาดกว้าง 3 ×4 เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีขาวรูปสีเหลี่ยมมุมบนไม่มีลวดลาย
1.3.ทรงผม ตัดแบบรองทรงสั้น , ตัดแบบรองทรงสูง หรือ ตัดทรงนักเรียน ไม่เสริมแต่งผม
2.นักเรียนหญิง
2.1.เสื้อ เป็นเสื้อสีขาวคอบัวแหลมผ่าหน้าติดกระดุมแป๊บ 2   เม็ด ผูกโบว์สีน้ำเงิน ปักชื่อที่โรงเรียนหน้าอกด้านขวาด้วยไหมสีแดง กระเป๋าเสื้อติดชายเสื้อด้านขวามือ     ปักชื่อ- นามสกุลที่หน้าอกด้านซ้ายด้วยไหมสีน้ำเงิน เหนือชื่อเหนือชื่อนักเรียน ชั้นป.1 ปักดาวสีแดง 1 ดวง , ชั้นป.2 ปักดาวสีแดง 2 ดวง , ชั้นป.3 ปักดาวสีแดง 3 ดวง ,ชั้นป.4 ปักดาวสีน้ำเงิน 1 ดวง,ชั้นป.5  ปักดาวสีน้ำเงิน  2 ดวง , ชั้นป.6 ปักดาวสีน้ำเงิน 3 ดวง
2.2. กระโปรง สีน้ำเงินจีบรอบตัว
2.3. ทรงผม    - ผมยาวให้ถักเปียธรรมดา 2 ข้าง ผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินหรือกรมท่าที่ปลายผมทั้ง 2 ข้าง
                      - ผมสั้น ให้รวบขึ้นด้านบนผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินหรือกรมท่า
3.กระเป๋านักเรียน ชั้นป.1-6 ใช้กระเป๋านักเรียนสีดำตามแบบที่ทางโรงเรียนกำหนด
4.รองเท้า
                - นักเรียนชาย ใช้รองเท้าหุ้มส้นชนิดผูกเชือก เป็นหนังหรือผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดลาย
                - นักเรียนหญิง รองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำ   มีสายรัดรองเท้าบนหลังเท้า
                - รองเท้าพละทั้งนักเรียนชาย และนักเรียนหญิงเป็นผ้าใบสีขาวล้วนไม่มีลวดลาย
5. ถุงเท้า ใช้ถุงเท้าธรรมดาสีขาวไม่มีลวดลายพับสามทับ หรือ ถุงเท้าแบบสั้นไม่ต้องพับ
6. การแต่งกายชุดพลศึกษา ให้แต่งตามแบบที่ทางโรงเรียนกำหนดโดยแต่งชุดพลศึกษามาจากบ้านเลย
7. เครื่องแบบลูกเสือ – เนตรนารี ให้แต่งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการแต่งเครื่องแบบลูกเสือ - เนตรนารีที่กำหนดไว้
หมายเหตุ ห้ามนักเรียนแต่งหรือสวมใส่เครื่องประดับที่มีค่ามาโรงเรียนเป็นอันขาด และห้ามสักหรือติดสติกเกอร์รูปต่างๆตามร่างกาย
 
 
 
 
 
เครื่องแบบนักเรียนชาย    ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6
ผม          -  ตัดแบบรองทรงสั้น , ตัดแบบรองทรงสูง หรือ ตัดทรงนักเรียน ไม่เสริมแต่งผม
เสื้อ         - เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นไม่มีเกร็ดด้านหลัง ผ่าอกตลอดติดกระดุมสีขาว หน้าอกด้านขวาปักชื่ออักษรย่อของโรงเรียนด้วยไหมสีแดง     หน้าอกด้านซ้ายมีกระเป๋า 1 ใบบนกระเป๋าอกด้านซ้ายปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนด้วยไหมสีน้ำเงิน เหนือชื่อนักเรียน ชั้นป.1 ปักดาวสีแดง 1 ดวง , ชั้นป.2 ปักดาวสีแดง 2 ดวง , ชั้นป.3  ปักดาวสีแดง 3  ดวง ,ชั้นป.4  ปักดาวสีน้ำเงิน 1  ดวง,ชั้นป.5  ปักดาวสีน้ำเงิน  2 ดวง,ชั้นป.6 ปักดาวสีน้ำเงิน 3 ดวง
กางเกง   เป็นกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินผ้าโทเร มีกระเป๋าเฉพาะข้างละ 1 ใบ ตามแนวตะเข็บกางเกง ไม่มีกระเป๋าหลัง มีหูเข็มขัด
เข็มขัด ใช้เข็มขัดหนังสีดำขนาดกว้าง 3 ×4 เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีขาวรูปสีเหลี่ยมมุมบนไม่มีลวดลาย
รองเท้า      - นักเรียนชาย ใช้รองเท้าหุ้มส้นชนิดผูกเชือก เป็นหนังหรือผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดลาย
ถุงเท้า        - ใช้ถุงเท้าธรรมดาสีขาวไม่มีลวดลายพับสามทับ หรือ ถุงเท้าแบบสั้นไม่ต้องพับ
เครื่องแบบนักเรียนหญิง    ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6
ทรงผม - ผมยาวให้ถักเปียธรรมดา 2 ข้าง ผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินหรือกรมท่าที่ปลายผมทั้ง 2 ข้าง
                - ผมสั้น ให้รวบขึ้นด้านบนผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินหรือกรมท่า
เสื้อ         เป็นเสื้อสีขาวคอบัวแหลมผ่าหน้าติดกระดุมแป๊บ 2   เม็ด ผูกโบว์สีน้ำเงิน ปักชื่อย่อโรงเรียนที่หน้าอกด้านขวาด้วยไหมสีแดง กระเป๋าเสื้อติดชายเสื้อด้านขวามือ     ปักชื่อ- นามสกุลที่หน้าอกด้านซ้ายด้วยไหมสีน้ำเงิน เหนือชื่อนักเรียน ชั้นป.1 ปักดาวสีแดง 1 ดวง , ชั้นป.2 ปักดาวสีแดง 2 ดวง , ชั้นป.3 ปักดาวสีแดง 3 ดวง ,ชั้นป.4 ปักดาวสีน้ำเงิน 1 ดวง,ชั้นป.5  ปักดาวสีน้ำเงิน 2 ดวง,ชั้นป.6 ปักดาวสีน้ำเงิน 3 ดวงกระโปรง สีน้ำเงินจีบรอบตัว
กระโปรง      สีน้ำเงินจีบรอบตัว
ทรงผม     - ผมยาวให้ถักเปียธรรมดา 2 ข้าง ผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินหรือกรมท่าที่ปลายผมทั้ง 2 ข้าง
                    - ผมสั้น ให้รวบขึ้นด้านบนผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินหรือกรมท่า
ถุงเท้า        - ใช้ถุงเท้าธรรมดาสีขาวไม่มีลวดลายพับสามทับ หรือ ถุงเท้าแบบสั้นไม่ต้องพับ
 
                                                เครื่องแบบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6
เครื่องแบบพลศึกษา
นักเรียนหญิง และชายใส่เหมือนกัน
เสื้อ                         -  ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด 
- เหนือกระเป๋าเสื้อชั้นป1.     ปักชื่อด้วยไหมสีขาว  ปักดาวสีเหลืองเหนือชื่อ 1 ดวง
- เหนือกระเป๋าเสื้อชั้น ป.2     ปักชื่อด้วยไหมสีขาว  ปักดาวสีเหลืองเหนือชื่อ  2  ดวง
- เหนือกระเป๋าเสื้อชั้น ป.3    ปักชื่อด้วยไหมสีขาว  ปักดาวสีเหลืองเหนือชื่อ   3 ดวง       - - เหนือกระเป๋าเสื้อชั้น ป4.    ปักชื่อด้วยไหมสีขาว  ปักดาวสีขาวเหนือชื่อ 1 ดวง
- เหนือกระเป๋าเสื้อชั้น ป5     ปักชื่อด้วยไหมสีขาว  ปักดาวสีขาวเหนือชื่อ 2 ดวง
- เหนือกระเป๋าเสื้อชั้น ป.6    ปักชื่อด้วยไหมสีขาว  ปักดาวสีขาวเหนือชื่อ 3 ดวง
กางเกงวอร์ม        - กางเกงวอร์มขายาวสีดำมีแถบสีเหลืองแดงตามแบบที่โรงเรียนกำหนด
รองเท้า                  - ผ้าใบสีขาวล้วน
กระเป๋าหนังสือ    - ใช้กระเป๋านักเรียนสีดำหรือสีน้ำเงิน
 
                                                เครื่องแบบพลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
 
 
 
เครื่องแบบลูกเสือ – เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6
ลูกเสือสำรองชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3
ใช้เครื่องแบบนักเรียนติดเครื่องหมายสัญลักษณ์หน้าเสือเหนือชื่อติดป้ายชื่อโรงเรียนที่แขนขวาห่างจากบ่า 1 เซนติเมตร แขนซ้ายติดป้ายสามเหลี่ยมชิดบ่า   สำหรับรองนายหมู่ติดริบบิ้นสีเหลือง 1 เส้นรอบปลายแขนเสื้อซ้าย    ถ้านายหมู่ติดริบบิ้นสีเหลือง 2 เส้นรอบปลายแขนเสื้อซ้าย
                หมวก         -        ใช้หมวกลูกเสือสำรองตามแบบที่โรงเรียนกำหนด
                เข็มขัด        -        ใช้เข็มขัดลูกเสือสีน้ำตาล หัวเข็มขัดหน้าเสือ
                ผ้าพันคอ    -        พื้นสีเหลือง   แถบสีน้ำเงิน              ว้อกเกอร์      -     ใช้แบบของลูกเสือสำรอง
   เนตรนารีสำรองชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3
                ใช้เครื่องแบบนักเรียนติดสัญลักษณ์เนตรนารีเหนือชื่อติดป้ายโรงเรียนที่แขวนขวาห่างจากบ่า 1 เซนติเมตร แขนซ้ายติดป้ายสามเหลี่ยมชิดบ่า    สำหรับรองนายหมู่ติดริบบิ้นสีเหลือง 1 เส้นรอบปลายแขนเสื้อซ้าย    ถ้านายหมู่ติดริบบิ้นสีเหลือง 2 เส้นรอบปลายแขนเสื้อซ้าย
                 หมวก       -        ใช้หมวกลูกเสือสำรองตามแบบที่โรงเรียนกำหนด
                ผ้าพันคอ   -         พื้นสีเหลือง   แถบสีแดง                   ว้อกเกอร์   -    ใช้แบบของลูกเสือสำรอง
                    
 
เครื่องแบบลูกเสือ – เนตรนารี สำรอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
เครื่องแบบลูกเสือสามัญ
หมวก        -         ใช้หมวกลูกเสือสามัญสีกากี
เสื้อ              -        เสื้อเชิ้ตสีกากีแขนสั้น ผ่ากลางตลอดติดกระดุมสีกากี   แขนซ้ายติดแถบสีประจำหมู่
                                กระเป๋าซ้ายติดสัญยลักษณ์หน้าเสือ เหนือกระเป๋าซ้ายติดธงชาติ เหนือธงชาติติดป้าย
                                จงเตรียมพร้อม    แขนขวาติดป้ายชื่อโรงเรียนห่างจากบ่าลงมา 1 เซนติเมตร ป้ายกอง                  - หมู่- ลูกเสือติดต่อจากป้ายโรงเรียนลงมาระยะห่าง 1 เซนติเมตรเหนือกระเป๋าด้านขวา
                                ติดป้ายชื่อ – นามสกุลบนผ้าสีขาวปักตัวหนังสือสีน้ำเงินสูง 1 เซนติเมตร
ผ้าพันคอ     -      พื้นสีเหลืองไม่มีแถบ                                        
กางเกง       -    ขาสั้นสีกากี มีกระเป๋าด้าน 2 ใบ
เข็มขัด         -      สีน้ำตาลหัวทองเหลืองหน้าเสือ                    
รองเท้า        -    สีน้ำตาลผูกเชือก
ว้อกร์เกอร์  -       ใช้แบบของลูกเสือสามัญมีหน้าเสือ
เครื่องแบบเนตรนารี
หมวก          -      ใช้หมวกเนตรนารีสามัญสีกากี
เสื้อ               -      เสื้อเชิ้ตสีเขียวแขนสั้น ผ่ากลางตลอดติดกระดุม   แขนซ้ายติดเครื่องหมายประจำหมู่
เหนือกระเป๋าซ้ายติดเข็มกลัดเครื่องหมาย เนตรนารี แขนขวาติดป้ายชื่อโรงเรียนห่างจากบ่าลงมา 1 เซนติเมตร ป้ายกอง - หมู่- ลูกเสือติดต่อจากป้ายโรงเรียนลงมาระยะห่าง 1 เซนติเมตรเหนือกระเป๋าด้านขวาติดป้ายชื่อ – นามสกุลบนผ้าสีขาวปักตัวหนังสือสีน้ำเงินสูง 1 เซนติเมตร
ผ้าพันคอ    -      พื้นสีเหลืองไม่มีแถบ                                             
กระโปรง    -       สีเขียวมีจีบ
เข็มขัด         -      หนังสีดำเข็มขัดสีทองเหลืองมีตราเนตรนารี   
ถุงเท้า          -      สีขาวแบบยาวพับเหนือข้อเท้า
รองเท้า        -      หนังสีดำ              
ว้อกร์เกอร์  -     ใช้แบบของเนตรนารีสามัญมีตราเนตรนารี
 
 
    
 
เครื่องแบบลูกเสือ – เนตรนารี สามัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชุดว่ายน้ำ
นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2    -    ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ในชั่วโมงว่ายน้ำนักเรียนหญิงต้องสวมชุดว่ายน้ามีเสื้อคลุม สวมรองเท้าแตะ สวมหมวกให้เรียบร้อย
 
นักเรียนชายต้องสวมกางเกงว่ายน้ำ มีผ้าคลุม สวมรองเท้าแตะ
 
 
 
 
 
การแต่งกาย
ชั้นอนุบาลปีที่ 1 – 2 – 3
นักเรียนชาย
เสื้อ         -              เป็นแบบเชิ้ตคอตั้ง สีขาวแขนสั้น ผ่าอกตลอด ติดกระดุมสีขาว บริเวณเอวติดกระดุม 
                                มุมด้านหน้าสีขาว 2 เม็ด ด้านหลัง 2   เม็ด มีกระเป๋าบริเวณอกด้านซ้าย และที่กระ
                                เป๋าปักเครื่องหมายโรงเรียนด้วยไหมสีน้ำเงิน   อกด้านขวาปักชื่อ – นามสกุลด้วยไหม
สีน้ำเงิน 
กางเกง   -             ขาสั้นสีน้ำเงิน   ติดซิบด้านข้าง
รองเท้า -             รองเท้านักเรียนสีดำติดกระดุม
ถุงเท้า     -             สีขาวแบบยาวพับเหนือข้อเท้า หรือแบบสั้นไม่ต้องพับ
เสื้อเอี๊ยม -            สี และแบบตามที่โรงเรียนกำหนดทั้งชาย และ หญิง (เฉพาะ อ. 1-2)
 นักเรียนหญิง
เสื้อ         -            เป็นแบบเชิ้ตคอตั้ง สีขาวแขนสั้น ผ่าอกตลอดติดกระดุมสีขาว บริเวณเอวติดกระดุมสีขาว 
                                ด้านหน้า 2 เม็ด ด้านหลัง 2 เม็ด มีกระเป๋าบริเวณอกด้านซ้าย และที่กระ
                                เป๋าปักเครื่องหมายโรงเรียนด้วยไหมสีน้ำเงิน อกด้านขวาปักชื่อ – นามสกุล
ด้วยไหมสีน้ำเงิน 
กางเกง   -             ขาสั้นสีน้ำเงิน   ติดซิบด้านข้าง
รองเท้า -             รองเท้านักเรียนสีดำติดกระดุม
ถุงเท้า     -             สีขาวแบบยาวพับเหนือข้อเท้า หรือแบบสั้นไม่ต้องพับ
เสื้อเอี๊ยม -            สี และแบบตามที่โรงเรียนกำหนดทั้งชาย และ หญิง (เฉพาะ อ. 1-2)
 
 
 
                                                เครื่องแบบนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1- 2
 
 
 
 
            
 
 
 
 
เครื่องแบบนักเรียนชั้นอนุบาล 3
 
 
 
 
 
 
 
 
ชั้นอนุบาลปีที่ 1- 2 – 3
ชุดพลศึกษา
นักเรียนชาย – หญิง ใส่เหมือนกัน คือ
เสื้อพละ                 -              ตามแบบที่โรงเรียนกำหนด
กางเกงพละ          -              กางเกงวอร์มขาสั้นสีดำมีแถบสีเหลืองแดงด้านข้างตามแบบของโรงเรียน
รองเท้า                  -              รองเท้าผ้าใบสีขาวล้วน
 
 
          
                               
                                                           ชุดพลศึกษาชั้นอนุบาลปีที่ 1-3
 

 







โรงเรียนถนอมพิศวิทยา 1808 ถนนลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กุรุงเทพฯ10310 โทร. 0-2514-1819 โทรสาร 0-2539-4969
โรงเรียนถนอมพิศวิทยา 1808 ระหว่างซอยลาดพร้าว 62 - 64 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กุรุงเทพฯ10310
โทร. 0-2514-1819 , 0-2539-4968 โทรสาร 0-2539-4969
E-mail : ariyasound@thaimail.com